บริการเรียกรถ Grab คืออะไร และตอบโจทย์อย่างไร?
บริการ GrabTransport มอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน เดินทางไปสนามบิน หรือท่องเที่ยวในวันหยุด ด้วยตัวเลือกยานพาหนะที่หลากหลายตั้งแต่ GrabBike สำหรับชั่วโมงเร่งด่วน ไปจนถึง GrabCar, GrabSUV, และ GrabVan พร้อมระบบคำนวณค่าโดยสารล่วงหน้าที่โปร่งใส ล็อคราคาตามระยะทางจริง หมดกังวลเรื่องมิเตอร์วิ่งหรือปัญหารถติด

ลือกประเภทบริการ Grab ที่เหมาะกับจำนวนผู้โดยสาร สัมภาระ และงบประมาณของคุณ:
ประเภทบริการ | เหมาะสำหรับ | จำนวนผู้โดยสาร / สัมภาระ | รูปแบบการคิดค่าโดยสาร |
เรียกรถไวที่สุด (จับคู่ GrabCar หรือ GrabTaxi ที่ใกล้ที่สุด) | 1–3 คน | ราคาฟิกซ์ล่วงหน้า | |
เดินทางทั่วไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว | 1–3 คน | ราคาฟิกซ์ล่วงหน้าตามระยะทาง | |
GrabBike (Win) | เดินทางเร่งด่วน เลี่ยงรถติด | 1 คน | ราคาฟิกซ์ล่วงหน้าตามระยะทาง |
เดินทางด้วยรถแท็กซี่มิเตอร์ | 1–4 คน | ค่ามิเตอร์ + ค่าบริการเรียกรถ | |
เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือโอกาสพิเศษ (Camry, Accord) | 1–3 คน | ราคาฟิกซ์ระดับพรีเมียม | |
เดินทางไปสนามบิน มีกระเป๋าเดินทางหลายใบ | 1–4 คน (พื้นที่กระเป๋าใหญ่) | ราคาฟิกซ์ล่วงหน้า | |
เดินทางเป็นกลุ่มคณะ หรือครอบครัวใหญ่ | 4–10 คน | ราคาฟิกซ์ / จองรายชั่วโมง |
1. JustGrab
ระบบจะทำการสุ่มจับคู่ยานพาหนะที่อยู่ใกล้ตำแหน่งของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น GrabCar หรือ GrabTaxi ช่วยลดเวลาในการรอรถ เหมาะสำหรับการเดินทางที่ต้องการความรวดเร็ว โดยราคาสินค้าจะถูกคำนวณและแสดงให้เห็นล่วงหน้าทันทีก่อนกดจอง
2. GrabCar & GrabCar Premium
GrabCar: บริการรถยนต์ส่วนตัว 4 ที่นั่ง ให้ความสะดวกสบาย เป็นส่วนตัว และราคานิ่งตลอดสาย แม้จราจรจะติดขัด
GrabCar Premium: ยกระดับการเดินทางด้วยรถยนต์ซีดานขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น Toyota Camry หรือ Honda Accord เหมาะสำหรับรับรองแขกผู้ใหญ่ งานสัมมนา หรือโอกาสพิเศษ
3. GrabBike (Win)
ทางเลือกยอดนิยมในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าและเย็น คล่องตัว สามารถซอกแซกผ่านการจราจรที่หนาแน่นในเมืองใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
4. GrabSUV & GrabVan
GrabSUV: เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัมภาระขนาดใหญ่ กระเป๋าเดินทางหลายใบ หรือเดินทางไป-กลับสนามบิน
GrabVan: รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 10 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระ เหมาะสำหรับการเดินทางยกแก๊งหรือการท่องเที่ยวแบบครอบครัว
โครงสร้างการคำนวณค่าโดยสาร Grab
อัตราค่าโดยสารคำนวณจากระยะทาง ระยะเวลาเดินทาง และเงื่อนไขในแต่ละพื้นที่ (เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล):
GrabCar / JustGrab:
- อัตราเริ่มต้น (0–2 กม.แรก): 45 บาท
- กม. ที่ 2–6: +8 บาท/กม.
- กม. ที่ 6–40: +7 บาท/กม.
- กม. ที่ 40 ขึ้นไป: +10 บาท/กม.
- (หมายเหตุ: อาจมีค่าบริการช่วงจราจรหนาแน่น/รถจอดนิ่ง คำนวณเพิ่มเติมตามระบบ)
GrabTaxi:
- คำนวณตามมิเตอร์แท็กซี่จริง + ค่าธรรมเนียมการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Booking Fee) ประมาณ 20 บาท
GrabBike:
- อัตราเริ่มต้น (0–2 กม.แรก): 25 บาท
- ระยะทางถัดไปคำนวณตามบันไดอัตราค่าบริการของพื้นที่นั้นๆ
วิธีเรียกรถ Grab ง่ายๆ ใน 4 ขั้นตอน
- ระบุจุดรับ-ส่ง: Buka แอปพลิเคชัน Grab เลือกเมนู Transport (เรียกรถ) แล้วพิมพ์หรือหมุดตำแหน่งจุดรับ (Pick-up) และจุดส่ง (Drop-off)
- เลือกประเภทรถ: เลือกประเภทยานพาหนะที่ต้องการ เช่น JustGrab, GrabCar หรือ GrabBike ตามความเหมาะสม
- ตรวจสอบราคา & ใส่โค้ดส่วนลด: ตรวจสอบราคาที่แสดงบนหน้าจอ และใส่รหัสส่วนลด (Promo Code) หรือใช้ส่วนลดจาก GrabUnlimited (ถ้ามี)
- กดจองรถ (Book): เลือกรอบการชำระเงิน (เงินสด, GrabPay, หรือบัตรเครดิต/เดบิต) จากนั้นกดจอง และรอรับผู้โดยสารตามจุดนัดหมาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้ารถติดหนัก ค่าโดยสาร GrabCar หรือ JustGrab จะเพิ่มขึ้นไหม?
สำหรับบริการ GrabCar และ JustGrab ค่าโดยสารจะถูกล็อคตามราคาที่แสดงบนหน้าจอก่อนที่คุณจะกดจอง (Upfront Pricing) ดังนั้นแม้สภาพการจราจรจะติดขัด ราคาค่าโดยสารพื้นฐานจะไม่ปรับเพิ่มขึ้น ยกเว้นกรณีมีการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางหรือใช้ทางด่วน
ค่าทางด่วนรวมอยู่ในค่าโดยสารที่แสดงในแอปแล้วหรือยัง?
ค่าโดยสารที่แสดงบนแอป Grab ยัง ไม่รวม ค่าธรรมเนียมทางด่วน ผู้โดยสารสามารถเลือกชำระค่าทางด่วนเป็นเงินสดที่ด่านตรวจ หรือให้คนขับสำรองจ่ายแล้วรวมในยอดชำระปลายทางได้
สามารถจองรถ Grab ล่วงหน้า (Advance Booking) ได้หรือไม่?
ได้ คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ Advance Booking เพื่อวางแผนจองรถล่วงหน้าสำหรับการเดินทางสำคัญ เช่น การเดินทางไปสนามบินหรือการประชุม早เช้า เพื่อความมั่นใจว่าจะมีรถมารับตรงเวลา