ใบขับขี่หายต้องทำยังไง ต้องแจ้งความไหม ฉบับอัปเดต 2569

เมื่ออยู่ ๆ ใบขับขี่หาย หลายคนมักเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า “ควรทำอย่างไรดี?” หรือ “ต้องไปแจ้งความหรือเปล่า?” บทความนี้จะพาคุณไปไขข้อสงสัยทุกประเด็น ตั้งแต่ข้อควรทำเมื่อใบขับขี่หาย ขั้นตอนการขอใบใหม่ รวมถึงกรณีที่ต้องแจ้งความหรือไม่ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ขั้นตอน และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในทันที

Highlight

 

ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม

ใบขับขี่หายต้องแจ้งความหรือไม่? แยกตามประเภทใบขับขี่

ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม? หากใบขับขี่หาย สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ ประเภทของใบขับขี่ เนื่องจากกฎระเบียบ และขั้นตอนการดำเนินการมีความแตกต่างกัน

  1. ใบขับขี่รถส่วนบุคคล

    • ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ เมื่อใบขับขี่หาย สามารถไปติดต่อขอทำใบขับขี่ใหม่ที่กรมขนส่งทางบกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล โดยสามารถจองคิวทำใบขับขี่ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
    • ควรดำเนินการขอใบขับขี่ใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะหากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแล้วไม่มีใบขับขี่ อาจถูกปรับหรือมีโทษตามกฎหมาย
  2. ใบขับขี่รถสาธารณะ

    • จำเป็นต้องแจ้งความ ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ใบขับขี่สูญหาย เพื่อขอรับใบแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
    • หลังจากได้ใบแจ้งความแล้ว ให้นำไปยื่นคำร้องขอทำใบขับขี่ใหม่ที่กรมขนส่งทางบก พร้อมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากใบขับขี่สาธารณะมีการใช้ในเชิงธุรกิจ และความปลอดภัยสาธารณะ หากหายต้องมีการบันทึก และยืนยันหลักฐานอย่างเป็นทางการ

ตารางเปรียบเทียบ: ใบขับขี่ส่วนบุคคล vs ใบขับขี่สาธารณะ 

รายการ ใบขับขี่ส่วนบุคคล ใบขับขี่สาธารณะ
ต้องแจ้งความหรือไม่ ไม่ต้อง ต้อง
ใบแจ้งความ ไม่จำเป็น จำเป็นต้องยื่นประกอบ
สถานที่แจ้งความ สถานีตำรวจในพื้นที่
เอกสารยื่นขอใบใหม่ บัตรประชาชน/Passport บัตรประชาชน + ใบแจ้งความ
ระยะเวลาดำเนินการ 1 วัน (จองคิวออนไลน์) 1-2 วัน (ต้องแจ้งความก่อน)
ค่าธรรมเนียม 205 บาท 205 บาท

ขั้นตอนทำใบขับขี่ใหม่ เมื่อใบขับขี่สูญหายที่ควรรู้มีอะไรบ้าง

ใบขับขี่หายต้องทำยังไง? หากทำใบขับขี่หาย ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะกระบวนการขอใบขับขี่ใหม่ในปัจจุบันสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น สามารถจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ มาดูขั้นตอนทั้งหมดที่ควรรู้กันเลย

  1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง และใบแจ้งความ (เฉพาะกรณีใบขับขี่รถสาธารณะเท่านั้น)
  2. จองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์กรมการขนส่ง โดยเลือกสำนักงานขนส่ง วันที่และเวลาที่สะดวกในการยื่นคำขอ
  3. เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันเวลาที่จอง เพื่อยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ และกรอกแบบฟอร์มคำขอทำใบขับขี่ใหม่ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูล และเอกสารทั้งหมด
  4. หากเอกสารครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียม จากนั้น เจ้าหน้าที่จะออกใบแทนใบอนุญาตขับขี่ให้

ใบขับขี่หายต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? 

ปัจจุบันการออกใบขับขี่ใหม่เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น เพียงนำเอกสารพื้นฐานไปยื่นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขา โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนเหมือนแต่ก่อน

  1. เอกสารสำหรับคนไทย 

เพียงแค่บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือหากไม่มีก็สามารถใช้เอกสารทางราชการอื่นที่ใช้ยืนยันตัวตนได้ เช่น บัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอทำใบขับขี่ฉบับแทนได้ทันที

  1. เอกสารสำหรับชาวต่างชาติ 

ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุเป็นหลักฐานในการยื่นขอทำใบขับขี่ใบใหม่

  1. เอกสารเพิ่มเติมกรณีพิเศษ

กรณีใบขับขี่รถสาธารณะ:

  • ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ​

กรณีใบขับขี่หายหรือหมดอายุเกิน 3 ปี:

  • ใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน​
  • ต้องสอบใหม่ทุกขั้นตอน (อบรม + สอบข้อเขียน + สอบขับ)

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • ใบขับขี่ใบใหม่จะมีอายุการใช้งานเท่ากับวันหมดอายุของใบเดิม
  • ไม่จำเป็นต้องสอบใหม่หรือตรวจสุขภาพใหม่ (หากใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ)
  • แนะนำให้ตรวจสอบเวลาทำการของสำนักงานขนส่งก่อนเดินทางไปเพื่อประหยัดเวลา
  • ไม่ต้องนำสำเนาใบขับขี่เดิม เพราะระบบของกรมการขนส่งมีข้อมูลอยู่แล้ว

ขั้นตอนจองคิวทำใบขับขี่ผ่านแอปพลิเคชัน

วิธีจองคิวทำใบขับขี่ผ่านแอป DLT Smart Queue ทำอย่างไร?

  1. ลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบ
    • ดาวน์โหลดแอป DLT Smart Queue
    • ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานครั้งแรก
  2.  เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการ
    • เลือกสำนักงานขนส่งที่สะดวกสำหรับการนัดหมาย
  3.  เลือกประเภทบริการ “งานใบอนุญาต”
    • เลือกเมนู งานใบอนุญาต สำหรับบริการเกี่ยวกับใบขับขี่
  4. เลือกประเภทใบอนุญาตขับรถ และประเภทบริการ “อื่นๆ”
    • เลือกชนิดของใบอนุญาตขับรถ เช่น ส่วนบุคคล หรือสาธารณะ
    • เลือก “อื่นๆ” หรือประเภทบริการที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่หาย
  5. เลือกประเภทยานพาหนะ แล้วติ๊ก “ใบอนุญาตขับรถสูญหาย”
    • ระบุชนิดยานพาหนะที่ต้องการทำใบขับขี่ใหม่
    • เลือกช่องสูญหาย/ชำรุด
  6.  เลือก “ใบอนุญาตส่วนบุคคล: ใบแทนชำรุดหรือสูญหาย”
    • เลือกประเภทใบแทนที่ตรงกับกรณีของตนเอง
  7. เลือกวันที่ต้องการทำใบขับขี่
    • เลือกวัน และช่วงเวลาที่ต้องการเข้ารับบริการ
    • กดยืนยัน และบันทึกภาพหน้าจอหลักฐานการจองคิว เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันนัดหมาย
    • จองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อให้ได้เวลาที่ต้องการ
    • ถ้าไปไม่ได้ตามนัด ควรยกเลิกคิวล่วงหน้าเพื่อให้คนอื่นได้ใช้บริการ

ค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ใหม่ราคาเท่าไหร่? ในกรณีใบขับขี่หาย

ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เมื่อใบขับขี่หาย และต้องการขอทำใบขับขี่ใหม่ (ใบแทน) มีรายการต่อไปนี้

รายการค่าธรรมเนียม

รายการ ค่าใช้จ่าย
ค่าคำขอ 5 บาท
ค่าธรรมเนียมใบแทน (กรณีสูญหาย/ชำรุด) 100 บาท
ค่าบริการถ่ายรูปและพิมพ์บัตร 100 บาท
รวมทั้งหมด 205 บาท

ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม 

  • กรณีขอใบแทนจากการสูญหาย เรียกเก็บเฉพาะ 205 บาทเท่านั้น
  • กรณีต่ออายุหรือออกใบขับขี่ใหม่หลังหมดอายุ จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามประเภทใบขับขี่ (2 ปีหรือ 5 ปี)
  • วิธีชำระเงิน: เงินสดหรือบัตรเครดิต/เดบิต (ขึ้นอยู่กับสาขา)

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกรณีต่างๆ 

กรณี ค่าธรรมเนียม หมายเหตุ
ใบขับขี่หาย (ยังไม่หมดอายุ) 205 บาท ไม่ต้องสอบใหม่
ใบขับขี่หมดอายุ (ต่ออายุ 2 ปี) 305 บาท ต้องตรวจสุขภาพ
ใบขับขี่หมดอายุ (ต่ออายุ 5 ปี) 605 บาท ต้องตรวจสุขภาพ
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี 305-605 บาท + ค่าอบรม + ค่าสอบ ต้องสอบใหม่ทุกขั้นตอน

ใบขับขี่หายต้องอบรมทำใบขับขี่ใหม่ไหม

ใบขับขี่หายต้องอบรมหรือสอบใบขับขี่ใหม่ไหม?

หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อใบขับขี่หาย ต้องเข้าอบรมใหม่หรือไม่ คำตอบขึ้นกับระยะเวลาที่ใบขับขี่หายหรือขาดต่ออายุ โดยแยกออกเป็น 2 กรณีดังนี้

  • ใบขับขี่หายไม่เกิน 3 ปี

หายหรือหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียน และอบรมใหม่ตามประเภทใบขับขี่ โดยกรณีใบขับขี่ 5 ปี ต้องอบรม 2 ชั่วโมง ส่วนกรณีใบขับขี่ 2 ปี (ชั่วคราว) ต้องอบรม 5 ชั่วโมง

  • ใบขับขี่หายเกิน 3 ปีขึ้นไป

กรณีใบขับขี่หายเกิน 3 ปี หรือขาดต่ออายุเกิน 3 ปี:

  • ต้องอบรมใหม่ (2 หรือ 5 ชั่วโมงตามประเภท)
  • ต้องสอบข้อเขียน และสอบขับรถใหม่
  • ต้องยื่นใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
  • กระบวนการเกือบเหมือนเริ่มทำใบขับขี่ใหม่ ต้องผ่านทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้น

เคลมประกันได้ไหม? ถ้าใบขับขี่หาย

เรื่องการเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ติดตัว บริษัทประกันจะพิจารณาแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ดังนี้

เรื่องการเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ติดตัว บริษัทประกันจะพิจารณาแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ดังนี้

กรณีที่ 1: ผู้ขับเป็นฝ่ายถูก 

หากคุณไม่มีใบขับขี่ติดตัวแต่เป็นฝ่ายที่ถูกชนหรือถูกกระทำ ประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครองครบถ้วนตามกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากฝ่ายที่ก่อเหตุ

กรณีที่ 2: ผู้ขับเป็นฝ่ายผิดและไม่เคยมีใบขับขี่ 

หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ขับไม่เคยผ่านการสอบหรือทำใบอนุญาตขับขี่มาก่อนเลย บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ อย่างไรก็ตาม หากใบขับขี่เพียงแค่สูญหายหรือหมดอายุ บริษัทประกันจะยังคงให้ความคุ้มครองทั้งสำหรับรถของคุณและความเสียหายที่เกิดกับคู่กรณีตามเงื่อนไขในกรมธรรม์

กรณีที่ 3: ใบขับขี่ถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่และเป็นฝ่ายผิด 

สถานการณ์นี้คือใบขับขี่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ชั่วคราว ผู้ขับจำเป็นต้องขอสำเนาสำนวนการจับกุมจากเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเคลม ซึ่งบริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายของรถคุณและคู่กรณีได้

**หมายเหตุ:** ควรเก็บสำเนาใบขับขี่ไว้ในรถหรือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ และหากใบขับขี่หาย ควรรีบไปดำเนินการทำใบแทนโดยเร็วที่สุด

ใบขับขี่หายต้องแจ้งสูญหายภายในกี่วัน? 

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องแจ้งการสูญหายของใบขับขี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่แนะนำให้รีบดำเนินการทำใบใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะ:

  • หลีกเลี่ยงค่าปรับ: หากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ติดตัวและถูกตรวจ จะถูกปรับ 1,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ป้องกันการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด: หากใบขับขี่หายไปและมีคนอื่นเจอ อาจถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย
  • เคลมประกันได้สะดวกกว่า: มีเอกสารครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตน: ใบขับขี่ใช้แทนบัตรประชาชนในบางกรณี เช่น เช็คอิน โรงแรม ทำธุรกรรมธนาคาร

5 เทคนิคป้องกันใบขับขี่หายมีอะไรบ้าง 

ใบขับขี่เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องพกติดตัวทุกครั้งเมื่อขับรถ หากทำหายอาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำใหม่ บทความนี้รวม 5 เทคนิคป้องกันใบขับขี่หาย ที่ทำตามได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทาง

1. ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ 

ถ่ายรูปใบขับขี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วจัดเก็บไว้ในระบบ Cloud เช่น Google Drive หรือ iCloud เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย ในกรณีฉุกเฉิน สามารถใช้รูปถ่ายแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันข้อมูลเบื้องต้นได้

2. ทำสำเนาเก็บไว้ในรถ 

ถ่ายสำเนาใบขับขี่ 1–2 ฉบับ และเก็บไว้ในกล่องเก็บของภายในรถ เหมาะสำหรับกรณีลืมพกกระเป๋าสตางค์ หรือเผลอวางใบขับขี่ไว้ที่อื่น ช่วยลดความกังวลระหว่างเดินทาง

3. ใช้กระเป๋าเก็บเอกสารรถยนต์ 

ก่อนลงจากรถ ควรตรวจสอบว่าใบขับขี่ยังอยู่ในกระเป๋าสตางค์หรือไม่ หากเผลอวางไว้ในรถ ควรเก็บเข้าที่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการลืมหรือทำหาย

4. เช็คก่อนลงจากรถทุกครั้ง 

การนำใบขับขี่ออกมาบ่อย ๆ เพิ่มโอกาสตกหล่นหรือวางลืม ควรเก็บไว้ในช่องเฉพาะของกระเป๋าสตางค์ และหยิบออกมาเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น

สถานที่ทำใบขับขี่ใหม่ที่ไหนได้บ้าง?

หากใบขับขี่สูญหาย ชำรุด หรือชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ขับขี่สามารถขอทำใบขับขี่ใหม่ (ใบแทน) ได้ที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก โดยมีสถานที่ให้บริการดังนี้

1. สำนักงานขนส่งจังหวัด 

เป็นสำนักงานใหญ่ของกรมการขนส่งทางบกประจำแต่ละจังหวัด ให้บริการทำใบขับขี่ใหม่กรณีสูญหายครบทุกขั้นตอน

  • เปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08:30–16:30 น.
  • แนะนำ: ควรจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป DLT Smart Queue เพื่อประหยัดเวลาและลดการรอคิว

2. สำนักงานขนส่งสาขา 

เป็นสำนักงานขนส่งสาขาย่อยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน

  • เปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08:30–16:30 น.
  • บางสาขาเปิดให้บริการวันเสาร์ ควรตรวจสอบวันและเวลาทำการล่วงหน้า

3. หน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ (บางพื้นที่) 

กรมการขนส่งทางบกมีการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่เข้าถึงสำนักงานได้ยาก

  • ให้บริการเป็นรอบตามกำหนดการ
  • ควรตรวจสอบตารางเวลาและสถานที่ให้บริการจากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

วิธีหาสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน 

หากไม่แน่ใจว่าสำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ใด สามารถค้นหาได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ www.dlt.go.th
  2. เลือกเมนู “สำนักงานขนส่ง”
  3. เลือกจังหวัดของคุณ
  4. ตรวจสอบรายชื่อสาขา พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และแผนที่

อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว ใครที่ใบขับขี่หาย ไม่ต้องตกใจหรือกังวลไป เพียงแค่เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ก็สามารถกลับมาใช้สิทธิ์ขับขี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง เท่านี้คุณก็จะสามารถขับรถคู่ใจได้ ส่วนใครที่กำลังมองหารายได้เสริมจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์หรือกำลังมองหาอาชีพเสริม อย่ารอช้า รีบสมัครสมัคร GrabBike หรือสมัคร GrabCarได้ที่นี่เลย และยังสามารถอ่านรีวิวรายได้คนขับแกร็บจากผู้ขับตัวจริงได้ด้วย

 

คำถามที่พบบ่อย 

Q: ใบขับขี่หาย แต่ยังใช้แอป DLT QR License ได้ ยังควรทำใบแทนหรือไม่?

A: ถึงแม้แอป DLT QR License สามารถใช้เป็นหลักฐานชั่วคราวได้ช่วงที่ยังไม่ดำเนินการทำใบใหม่ แต่แนะนำให้ทำใบแทนภายใน 15 วันหลังจากหาย เพื่อป้องกันกรณีที่ระบบแอปล่มหรือไม่สามารถแสดงข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ได้

 

Q: ใบขับขี่หายแต่ยังใช้งาน Grab ได้ไหม?

A: Grab จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเป็นระยะ หากใบขับขี่หายหรือไม่ได้อัปโหลดเอกสารใหม่ระบบจะระงับบัญชีชั่วคราว จนกว่าคุณจะอัปโหลดสำเนาใบแทนจากกรมขนส่ง ดังนั้นเมื่อทราบว่าใบขับขี่หาย ควรรีบจองคิวทำใบแทนผ่าน DLT Smart Queue และอัปโหลดเอกสารใหม่ทันที

 

Q: กรณีใบขับขี่หายเกิน 1 ปี ต้องอบรมหรือสอบใหม่ตามประเภทใบขับขี่หรือไม่?

A: ใบขับขี่หายไม่เกิน 3 ปี: ต้องอบรม 2 ชม. (ประเภท 5 ปี) หรือ 5 ชม. (ประเภท 2 ปี) และสอบข้อเขียนใหม่ หากเกิน 3 ปี: ต้องอบรม, สอบข้อเขียน, อาจรวมถึงสอบขับจริง และนำใบรับรองแพทย์ไปแสดงด้วย

 

Q: หากมีใบแทนระหว่างรอใบหลัก สามารถใช้เดินทางและตรวจสอบได้หรือไม่?

A: ได้เลยครับ! ใบแทนที่ออกโดยกรมขนส่งแสดงว่าเป็น “หลักฐานชั่วคราวที่ใช้แทนใบขับขี่จริง” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับเจ้าหน้าที่และตำรวจ จนกว่าใบขับขี่ตัวจริงจะออกครบตามกำหนด (อายุเท่าใบเดิม)

 

Q: ใช้ใบขับขี่แทน (สำเนา) ได้นานแค่ไหนก่อนรับบัตรจริง?

A: ใบขับขี่แทนที่กรมขนส่งออกให้ใช้ได้เป็นหลักฐานชั่วคราวจนกว่าจะได้รับบัตรจริง (โดยทั่วไปออกภายในวันเดียวกัน) ซึ่ง Grab สามารถยอมรับเอกสารนี้ชั่วคราว แต่เมื่อได้รับบัตรจริงแล้ว ควรอัปโหลดทันที ถึงแม้จะใช้งานถูกต้องก่อนหน้า

 

แหล่งอ้างอิง:

การขอใบแทนใบขับขี่ จากกรมขนส่งทางบก