เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตด้วยการเชื่อมโยงผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับล้าน

รายงานผลลัพธ์ทางสังคมของ Grab ประจำปี 2562/2563

ขอบคุณเหล่าฮีโร่ของพวกเรา

ตลอดระยะเวลาที่มีโรคระบาด เราได้เห็นความสัมพันธ์ของคนแปลกหน้าที่หันมาเกื้อกูล ทำดีต่อกัน โดยเราขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณคนขับ คนส่งของ คนส่งอาหาร และร้านค้าพาร์ทเนอร์ของเรา รวมไปถึงพนักงาน เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และผู้ใช้

แกร็บทุกคน ที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันผ่านทางรายงานประจำปีนี้

การเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือร่วมใจทำความดีคือสิ่งที่สำคัญมากกว่า

เรารู้ดีว่าเราจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคอยหนุนหลังและปกป้องทุกคนในชุมชนของเรา ซึ่งเราได้นำแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีมาใช้ ให้เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือให้ทุกคนข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้

ประคองให้ทุกคนยังคงสามารถดำรงชีวิตให้ได้มากที่สุด

เราได้ให้ความช่วยเหลือแก่ร้านค้าขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ ให้เข้าสู่การทำธุรกิจในโลกดิจิตัลอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระตุ้นการเติบโตของ Gig Economy ซึ่งเป็นทางเลือกการทำงานแบบใหม่ในยุคปัจจุบัน เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เราได้ลงทุนไปกว่า 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้าง
>100 โปรเจกต์
เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ของเรา ในช่วงที่มีโรคระบาด

หากมีการสั่งอาหารหรือส่งของมากขึ้น นั่นหมายความว่า
พาร์ทเนอร์คนส่งกว่า
115,000 คน
จะมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

>78,000
ร้านค้าพาร์ทเนอร์ใหม่ ได้เข้าร่วมกับ Grab
เพื่อเปิดโอกาสให้กับธุรกิจของพวกเขา

ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นที่หนึ่ง

เราได้เพิ่มและปรับมาตรการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราได้ยกมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้พาร์ทเนอร์และลูกค้าของเราปลอดภัย

>2 ล้าน
คือจำนวนของหน้ากากอนามัย น้ำยาฆ่าเชื้อ และถุงมือ ที่เราได้ แจกให้กับคนขับและพาร์ทเนอร์ ส่งของและส่งอาหาร

ยกมาตรการรักษาสุขอนามัย เช่น

การส่งแบบไร้สัมผัส
คัดกรองด้วยการวัดอุณหภูมิ
การชำระเงินแบบงดเงินสด

สานสัมพันธ์คนในสังคมเพื่อช่วยเหลือกัน

เราได้เห็นคนมากหน้าหลายตารวมใจกันเดินหน้าไปด้วยกัน โดยได้ใช้แพลตฟอร์มของเราเป็นตัวกลางส่งผ่านความเป็นห่วงเป็นใยและความหวังดีต่อกันและกัน

เพื่อเป็นการขอบคุณพี่คนขับ
และคนส่งอาหาร ลูกค้าได้ให้ทิป
เพิ่มขึ้น 74%
ในช่วงโควิด-19

>700,000 ออเดอร์
คือจำนวนอาหาร ที่ลูกค้าได้สั่ง ให้คนขับและคนส่งอาหาร

ร่วมมือกับภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะโรคระบาด

เราได้ให้การสนับสนุนแก่ภาครัฐของประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โรคระบาด โดยได้นำเทคโนโลยีของเราเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นๆ ไป

ช่วยแจกจ่าย
เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ คนส่งอาหาร และ
ครอบครัวด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบ

อ่านเพิ่มเติมได้ในรายงานผลลัพธ์ทางสังคมของ Grab ประจำปี 2562/2563

ขอบคุณทุกคนที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ทุกอย่างมีความหมายมากกว่าเดิม

เบื้องหลังตัวเลขและข้อมูลต่างๆ คือชีวิตจริงของใครหลายๆ คน ที่เราใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในวงโคจรของเรา อ่านเรื่องราวของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความมุ่งมั่นของเรา
ร้านค้าขนาดเล็กของเรา เช่น นอร์ฟา และ เจสสิกา มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่องทางออนไลน์
21%

เจสสิกา

เจสสิกาช่วยแม่ของเธอขายของที่ตลาดสด แต่เธอเริ่มรู้สึกกังวลหลังจากที่ยอดขายตกไปถึง 40% ในช่วงโควิด-19 ทั้งนี้ GrabExpress ได้เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์ของเธอ
Play Video

นอร์ฟา

ย้อนกลับไป 2 ปีที่แล้ว ตอนที่นอร์ฟารับช่วงธุรกิจปลาจากที่บ้าน เธอไม่ได้คาดคิดว่าเธอจะเจอกับอุปสรรคเร็วขนาดนี้ มาดูกันว่าการนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาใช้ สามารถช่วยรักษาธุรกิจที่เป็นมรดกตกทอดไว้ได้อย่างไร
พาร์ทเนอร์คนขับกว่า
149,000
คนอย่างเล็ก ได้เปลี่ยนประเภทการรับงานมาเป็นการรับส่งของและอาหาร เพื่อเป็นการประคองรายได้ให้ดำรงชีวิตต่อไปได้

สายัณห์ อินทโต หรือ เล็ก

เล็ก ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ การที่เขาต้องใช้ชีวิตด้วยสภาพร่างกายที่มีความบกพร่องทางการได้ยินได้สอนให้เขารู้จักปรับตัว และเมื่องานรับส่งคนมีน้อยลง เขาก็ต้องปรับตัวตามสภาพและเปิดรับความท้าทายใหม่
เราได้เปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับคนขับและพาร์ทเนอร์ส่งของส่งอาหารใหม่กว่า
115,000
คน ซึ่งส่วนมากในจำนวนนั้นคือผู้ที่ประสบปัญหาว่างงาน

คมสัน โชยดิรส

เมื่อสถานการณ์การท่องเที่ยวไม่เป็นใจ และได้ส่งผลต่อผู้คนนับล้าน คมสัน อดีตเชฟจากโรงแรมลักชัวรี่ก็คือหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบ แต่โชคดีที่เขาได้ทำความรู้จักกับอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้อย่าง Grab
Play Video

จักรพันธ์ ช้อยสุชาติ หรือ พันธ์

อายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขสำหรับลุงพันธ์ ชายวัย 65 ปี คนนี้มีความสุขกับการที่เขายังสามารถสร้างรายได้เพื่อครอบครัวของเขาได้ มาดูกันว่าหัวใจของคนหนุ่มของคุณลุงคนนี้ จะพาเขาและคนอื่นๆ ไปไกลแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติมได้ในรายงานผลลัพธ์ทางสังคมของ Grab ประจำปี 2562/2563

เป้าหมายสำหรับผลลัพธ์ทางสังคมของเราในอนาคต ที่มากกว่าการข้ามผ่านวิกฤตโควิด-19

จากรายได้ของพาร์ทเนอร์ และยอดขายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Grab เราได้สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปประมาณ 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมีนาคม 2020

ระหว่างที่เรากำลังพยายามช่วยกันฝ่าฟันกับผลกระทบที่เกิดจากโรคระบาดในครั้งนี้ เราจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าเพื่อสังคมในระยะยาวต่อๆ สามารถดูไฮไล์บางส่วนได้ที่นี่:

คน

เป้าหมายของเราคือการเสริมความรู้ด้านดิจิตัลและอื่นๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนนับล้าน

จับมือกับไมโครซอฟต์เพื่อ เปิดตัวโปรแกรมการเรียนรู้เกี่ยวกัยดิจิตัล ฟรี สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ
มีคนเข้าร่วมกว่า >500,000 คนแล้ว

ในสิงคโปร์เราได้จัด
คลีนิกอบรมเรื่องดิจิตัล >30 แห่ง
สำหรับผู้สูงอายุกว่า 3,000 คน

บ้านเมือง

เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบ้านเมืองที่ปลอดภัยกว่าและทันสมัยกว่าโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนนับล้านที่เรียกภูมิภาคนี้ว่าบ้าน

>1.4 ล้าน
คือจำนวนของพาร์ทเนอร์คนขับ คนส่งของ และคนส่งอาหารที่ได้ผ่านการอบรมเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน

Grab ได้ทำการฝึกอบรม
พาร์ทเนอร์คนขับ 429,000 คน
ให้มีทักษะการสังเกตการณ์และรายงานเหตุการค้ามนุษย์ได้

โลก

เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสู่รุ่นต่อๆ ไป เราตั้งมั่นที่จะลดสิ่งตกค้างในสิ่งแวดล้อม

เราได้ลด ปริมาณช้อนส้มพลาสติกไปกว่า
95 ล้านชิ้น
จากการตั้งค่างดรับช้อนส้มอัตโนมัติ

ในสิงคโปร์และอินโดนีเซีย เราได้ร่วมมือกับฮุนได ปล่อย
รถไฟฟ้า (EV) 200 คัน
ไปรับงานบนท้องถนน

อ่านเพิ่มเติมได้ในรายงานผลลัพธ์ทางสังคมของ Grab ประจำปี 2562/2563

สิ่งเล็กๆ ที่คุณทำนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คุณคิดไว้

ทุกการใช้งานบน Grab คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สังคมแวดล้อมของเราดำเนินต่อไปได้ อาหารทุกมื้อที่สั่ง ได้ช่วยให้พี่น้องพาร์ทเนอร์ของเรามีรายได้ไว้เลี้ยงดูครอบครัวให้อิ่มท้อง ช่วยให้เจ้าของร้านอาหารและพนักงานยังคงสามารถเปิดกิจการต่อไป และช่วยให้ร้านที่ส่งของให้ร้านอาหารสามารถประคองธุรกิจของพวกเขาไว้ได้

มาดูเลยว่าคุณได้ช่วยทุกคนในสังคมเราไว้อย่างไร หรือสามารถอ่านเรื่องราวความมุ่งมั่นของเราในการช่วยเหลือพวกเขาได้ที่นี่

เจสสิกา

จาก Toko Sembako Yenny, พาร์ทเนอร์ร้านค้า GrabExpress, อินโดนีเซีย

เจสสิกา

จาก Toko Sembako Yenny, พาร์ทเนอร์ร้านค้า GrabExpress, อินโดนีเซีย

เจสสิกาและแม่ของเธอเปิดร้านขายของเล็กๆ ในตลาด Pasar Poris Tangerang ตั้งแต่ปี 2004 พวกเขาขายของกินของใช้มากมายไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน บะหมี่ ถั่ว และสมุนไพร

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ลูกค้าจำนวนมากเลิกเดินทางมาซื้อของที่ตลาด ส่งผลทำให้ยอดขายของพวกเขาตกไปถึง 40% โดยในช่วงแรก พวกเขาพยายามหาทางทำบริการจัดส่งด้วยตัวพวกเขาเอง แต่เพราะไม่มีลูกจ้างคอยช่วยส่งของ จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำกันเอง โดยเฉพาะเวลาที่มีออเดอร์เข้ามาจากหลายๆ ทีในเวลาเดียวกัน

ณ ตอนนั้นเองพวกเขาจึงตัดสินใจเลือกใช้บริการ GrabExpress วิธีนี้ทำให้พวกเขาสามารถรับออเดอร์และส่งของหาลูกค้าได้มากขึ้น “ตอนนี้ยอดขายคูณสองแล้วค่ะ เพราะเราส่งของได้ไกลขึ้นและเราก็ได้ออเดอร์จากนอกพื้นที่ด้วย” เจสสิกา กล่าว

สายัณห์ อินทโต หรือ เล็ก

พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารและส่งของ, ประเทศไทย

สายัณห์ อินทโต หรือ เล็ก

พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารและส่งของ, ประเทศไทย

เล็กขับ Grab มาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มขับกับเรา เขาได้ลองทำมาหมดแล้ว ทั้งรับส่งคนด้วย GrabBike (Win) รับส่งของด้วย GrabExpress รวมไปถึงส่งอาหารให้ลูกค้าด้วย GrabFood

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน แต่นั้นก็ไม่ได้รั้งให้เขาเดินไปข้างหน้าได้ช้าลง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะเรียนรู้ที่จะปรับตัว ไม่ยึดติด และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ

ถึงแม้เล็กจะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ เขาก็ยังคงขยันขันแข็งทำงานรับส่งคน ส่งของ ส่งอาหาร กับ Grab เพื่อที่เข้าจะได้มีรายได้เพิ่มเติมเป็นเงินเก็บสำหรับครอบครัวของเขาในต่อๆ ไป

คมสัน โชยดิรส

พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร GrabFood, ประเทศไทย

คมสัน โชยดิรส

พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร GrabFood, ประเทศไทย

โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งชีวิตของพนักงานในวงการนี้ย่อมได้รับผลกระทบตามกันไป หนึ่งในนั้นคือ คมสัน ผู้ช่วยเชฟจากโรงแรมหรูในย่านศรีนครินทร์

หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมากจนทำให้โรงแรมตัดสินใจหยุดการให้บริการ เขาตัดสินใจสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ส่งอาหาร GrabFood เพื่อเป็นการหารายได้อีกทางหนึ่ง

คมสันเลือกที่จะมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ในมุมบวก และถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เขาได้เริ่มต้นบนเส้นทางใหม่ต่อจากงานเดิมของเขา ซึ่งนอกจากงาน GrabFood แล้ว เขาก็ยังรับงานของ GrabExpress ด้วย ถึงแม้ว่าอาจจะรู้สึกเหนื่อยไปบ้าง เพราะต้องเดินทางไปหลายที่ แต่คมสันกลับมองว่ามันคือเรื่องน่าตื่นเต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาดีใจที่สามารถกลับมามีรายได้ให้กลับมาลุกขึ้นได้อีกครั้ง