เมื่อใบขับขี่หมดอายุ หลายคนอาจเกิดความสงสัยหรือกังวลว่า “จะต้องทำอย่างไรต่อ?” “ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน?” หรือถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ บทความนี้ จะไขทุกข้อสงสัย ตั้งแต่เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการดำเนินการ รวมไปถึงตอบคำถามว่า สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้หรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
Highlight
- ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน?
- ตารางสรุปการต่ออายุใบขับขี่ตามระยะเวลา
- ต่อใบขับขี่หมดอายุอย่างไร?
- ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ราคาเท่าไหร่?
- สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ไหม?
- ใบขับขี่หมดอายุ โทษมีอะไรบ้าง?
- หากละเลยการชำระค่าปรับจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?
- ชำระค่าปรับกรณีใบขับขี่หมดอายุได้ที่ไหน?
- ใบขับขี่หมดอายุ สามารถเคลมประกันภัยรถยนต์ได้ไหม?

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน?
ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? ใครที่ใบขับขี่หมดอายุ ควรรีบต่ออายุทันทีภายใน 1 ปีนับจากวันที่หมดอายุ เพราะหากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่จะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเงื่อนไขการต่อใบขับขี่จะแตกต่างกันตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันหมดอายุ)
- เมื่อใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปีสามารถไปต่ออายุใบขับขี่ที่กรมการขนส่งทางบกได้ทันที
- ไม่ต้องสอบใหม่
- ไม่ต้องอบรม
- ชำระเพียงค่าธรรมเนียมตามปกติ
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี
- กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ (แบบ E-exam จำนวน 50 ข้อ ต้องถูกอย่างน้อย 45 ข้อขึ้นไป หรือ 90%)
- ต้องอบรมตามที่กรมขนส่งกำหนด สามารถอบรมออนไลน์ผ่านระบบ DLT e-Learning
- ชำระค่าธรรมเนียมตามปกติ
-
กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป
- ต้องสอบทั้งภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) และภาคปฏิบัติ (ขับขี่จริง) เหมือนการทำใบขับขี่ใหม่
- ต้องอบรมตามหลักสูตรที่กรมขนส่งกำหนดใหม่ทั้งหมด
- ชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบุ
-
กรณีต่อใบขับขี่ล่วงหน้า
- ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือน (180 วัน)
- โดยอายุการใช้งานของใบขับขี่จะนับต่อจากวันหมดอายุเดิม ไม่ใช่นับจากวันที่ทำการต่อ
ตารางสรุปการต่ออายุใบขับขี่ตามระยะเวลา
| ระยะเวลาที่หมดอายุ | เงื่อนไขการต่ออายุ | การสอบ | การอบรม | ค่าธรรมเนียม |
| ต่อล่วงหน้า (ก่อนหมดอายุ 1-3 เดือน) | ต่ออายุได้ทันทีอายุใบขับขี่นับต่อจากวันหมดอายุเดิม | ไม่ต้องสอบ | ไม่ต้องอบรม | ตามปกติ |
| หมดอายุไม่เกิน 1 ปี | ต่ออายุที่กรมขนส่งได้ทันทีไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม | ไม่ต้องสอบ | ไม่ต้องอบรม | ตามปกติ |
| หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี | ต้องสอบและอบรมใหม่ | ✓ สอบข้อเขียน(E-exam 50 ข้อ ต้องได้ 45 ข้อขึ้นไป คิดเป็น 90%) | ✓ อบรมตามหลักสูตร(สามารถอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning) | ตามปกติ |
| หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป | ต้องทำเหมือนขอใบขับขี่ใหม่ทั้งหมด | ✓ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี)✓ สอบขับรถจริง (ภาคปฏิบัติ) | ✓ อบรมตามหลักสูตรใหม่ทั้งหมด | ตามที่กำหนด |
ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ราคาเท่าไหร่?
อัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับชนิดของยานพาหนะและระยะเวลาที่ต้องการต่ออายุ ประกอบด้วย
สำหรับรถยนต์ (อายุ 5 ปี)
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 500 บาท
- รวม 505 บาท
สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุ 5 ปี)
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 250 บาท
- รวม 355 บาท
ค่าทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Card): 100 บาท

ต่อใบขับขี่หมดอายุอย่างไร?
1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
เพื่อให้กระบวนการต่ออายุใบขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาหลายครั้ง สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ดังรายการต่อไปนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน ต้องนำทั้งบัตรตัวจริงและสำเนาที่ถ่ายไว้ 1 ฉบับมาด้วย เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- ใบขับขี่ฉบับปัจจุบันที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ในกรณีที่เอกสารฉบับนี้สูญหายไป ให้ดำเนินการแจ้งความที่สถานีตำรวจและนำใบรายงานการแจ้งความมาแสดงแทน
- ใบรับรองสุขภาพจากแพทย์ ซึ่งต้องเป็นใบรับรองที่ออกให้ไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ไปใช้บริการ สามารถขอได้จากโรงพยาบาลของรัฐหรือคลินิกเอกชนที่ได้รับการรับรอง โดยในใบรับรองต้องระบุชัดเจนว่าผู้ขอต่ออายุไม่มีโรคติดต่อหรือโรคเรื้อรังที่จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น โรคลมชักหรือโรคทางระบบประสาท โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ ตาบอดสี หรือโรคที่ทำให้มีอาการแพ้แสงรุนแรง
- หลักฐานการเข้ารับการอบรมออนไลน์ ที่ได้จากการเรียนผ่านระบบ e-Learning ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องนำมาแสดงเป็นหลักฐานว่าได้ผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว
2. จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปฯ DLT Smart Queue
หากใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุ คุณสามารถใช้แอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ในการจองคิวเข้ารับบริการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งรอคิวที่สำนักงานขนส่งจังหวัด และสามารถวางแผนการเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวก
วิธีการจองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue
- ติดตั้งแอป DLT Smart Queue ผ่าน Google Play หรือ App Store บนสมารท์โฟนของคุณ
- สร้างบัญชีผู้ใช้งานและเข้าสู่ระบบ
- คลิกเลือกบริการ “ต่ออายุใบขับขี่” จากเมนู
- ระบุสถานที่ให้บริการที่คุณต้องการไปติดต่อ
- กำหนดวันและช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตารางงานของคุณ
- กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วนตามที่ระบบกำหนด
- ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันการจอง
เมื่อจองคิวสำเร็จ แอปพลิเคชันจะส่งข้อความแจ้งเตือนพร้อมหมายเลขคิวของคุณมาที่โทรศัพท์ ทำให้กระบวนการเข้ารับบริการมีความรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
3. อบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning
ก่อนที่จะเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัด ผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่จำเป็นต้องผ่านหลักสูตรอบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ให้เรียบร้อยก่อน โดยสามารถเข้าศึกษาหลักสูตรได้ด้วยตัวเองที่บ้านได้โดยวิธีการดังนี้
- เข้าสู่เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/
- สมัครสมาชิกและลงทะเบียนเข้าระบบ
- เลือกรับชมวิดีโอการอบรมตามประเภทของใบขับขี่ที่คุณต้องการต่ออายุ ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
- ทำแบบทดสอบด้วยการตอบคำถามจากเนื้อหาที่เรียนรู้มา
- ระบบจะออกใบรับรองการผ่านการอบรมให้เมื่อผ่านการทดสอบและกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว
- พิมพ์เอกสารออกมา หรือจะบันทึกเป็นไฟล์ไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ไปใช้บริการก็ได้
4. เข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่ง
เมื่อผ่านการอบรมออนไลน์เสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถเดินทางไปรับบริการที่สำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่ได้ทำการจองไว้ โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้
- นำหมายเลขคิวที่ได้รับจากระบบให้กับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อเช็คอิน
- ยื่นเอกสารประกอบการขอต่ออายุทั้งหมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน
- ทดสอบการมองเห็นที่จุดตรวจวัดสายตาและทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่
- ทดสอบการมองเห็นสี
- ทดสอบสายตาทางลึก
- ทดสอบสายตาทางกว้าง
- ทดสอบปฏิกิริยาเท้า
- ชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบขับขี่ตามอัตราที่กำหนด
- เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปถ่ายภาพสำหรับทำใบขับขี่ฉบับใหม่
- ได้รับใบขับขี่ฉบับใหม่ที่พร้อมใช้งานทันที

ค่าใช้จ่ายในการต่อใบขับขี่หมดอายุราคาเท่าไหร่?
อัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับชนิดของยานพาหนะและระยะเวลาที่ต้องการต่ออายุ ประกอบด้วย
-
สำหรับรถยนต์ (อายุ 5 ปี)
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 500 บาท
- ค่าดำเนินการคำขอ: 5 บาท
- รวม 505 บาท
-
สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุ 5 ปี)
- ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 250 บาท
- ค่าดำเนินการคำขอ: 5 บาท
- รวม 355 บาท
-
ค่าทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Card)
- 100 บาท
สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ไหม?
ในปัจจุบันปี 2569 สามารถใช้บริการ “ระบบออนไลน์” ในขั้นตอนการอบรมต่อใบขับขี่หมดอายุผ่านระบบ DLT e-Learning ของกรมการขนส่งทางบกได้ เพื่อช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทางไปเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่งโดยตรง แต่ยัง “ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง” เพื่อยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ถ่ายรูป ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ใหม่
| ขั้นตอน | ดำเนินการทางออนไลน์ |
| อบรม E-learning | ได้ |
| จองคิวนัดหมาย | ได้ |
| สอบข้อเขียน (กรณีหมดอายุ 1-3 ปี) | ได้ |
| ยื่นเอกสาร-ตรวจร่างกาย-รับบัตร | ไม่ได้ ต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่ง |
ใบขับขี่หมดอายุ โทษมีอะไรบ้าง?
การใช้รถโดยมีใบอนุญาตขับขี่ที่สิ้นอายุการใช้งานแล้วถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยผู้กระทำความผิดจะต้องเผชิญกับค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
หากละเลยการชำระค่าปรับจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?
เมื่อได้รับใบสั่งแล้วไม่ดำเนินการจ่ายเงินภายในกำหนดเวลา จะเกิดปัญหาต่อเนื่องหลายประการ ได้แก่:
-
ไม่สามารถต่อทะเบียนภาษีรถยนต์ได้
- ระบบของกรมขนส่งจะตรวจพบประวัติค่าปรับค้างชำระ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่ออายุภาษีรถประจำปีได้จนกว่าจะชำระหนี้ให้เรียบร้อย
-
อาจถูกฟ้องร้องตามกระบวนการทางกฎหมาย
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจดำเนินคดีกับผู้ที่เพิกเฉยต่อการชำระค่าปรับ ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายเรียกหรือการบังคับคดีตามขั้นตอนของศาล
ชำระค่าปรับกรณีใบขับขี่หมดอายุได้ที่ไหน?
เมื่อได้รับใบสั่งค่าปรับแล้ว สามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้หลากหลายตามความสะดวก ดังนี้
-
ชำระผ่านบริการไปรษณีย์ไทย
ทำการส่งเงินโดยใช้ธนาณัติหรือดร้าฟต์ธนาคาร ผ่านระบบไปรษณีย์ลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัยและมีหลักฐานการส่ง
-
ชำระ ณ สถานีตำรวจ
เดินทางไปชำระด้วยตนเองได้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศไทย ไม่จำกัดเขตพื้นที่ สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการดำเนินการด้วยตัวเองและได้รับใบเสร็จทันที
-
ชำระผ่านระบบชำระเงินออนไลน์
ใช้บริการชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือช่องทางดิจิทัลอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการรับชำระค่าปรับของภาครัฐ ประหยัดเวลาและสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
หมายเหตุ: ควรเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตรวจสอบประวัติหรือการดำเนินการต่อภาษีรถยนต์
ใบขับขี่หมดอายุ สามารถเคลมประกันภัยรถยนต์ได้ไหม?
แม้ใบอนุญาตขับขี่จะพ้นกำหนดการใช้งานไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยยังคงรับผิดชอบค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ เนื่องจากใบขับขี่ที่หมดอายุยังถือเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเจ้าของเคยผ่านการทดสอบและได้รับสิทธิ์ในการขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน
ต้องตามกฎหมายแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น หากใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้ว ควรรีบดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เตรียมเอกสารให้พร้อม และจองคิวล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถขับรถคู่ใจได้ โดยไม่ต้องกังวลเมื่อโดนเจ้าหน้าที่เรียกตรวจหากอยากหารายได้เสริมจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็สามารถสมัคร GrabBike https://www.grab.com/th/driver/bike/ หรือจะเป็นอาชีพเสริมก็สามารถสมัคร GrabCar ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.grab.com/th/driver/drive/
ท้ายนี้อย่าลืมหมั่นเช็กวันหมดอายุของใบขับขี่เป็นประจำ และดำเนินการต่อภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อความอุ่นใจ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับรถบนท้องถนน
คำถามที่พบบ่อย
Q: เอกสารที่ต้องใช้ต่อใบขับขี่หมดอายุมีอะไรบ้าง?
A: 1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง (พร้อมสำเนา 1 ฉบับ)
- ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลฉบับเดิม ก่อนสิ้นอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือ สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี (หากสูญหายให้แจ้งความและนำใบแจ้งความมาด้วย)
- ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน โดยควรระบุว่าไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตาบอดสี หรือโรคที่มีอาการไวต่อแสง
- หลักฐานการอบรม e-Learning จากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
Q: หากใบขับขี่หมดอายุระหว่าง 1–3 ปี สามารถอบรมออนไลน์ที่บ้านและไปสอบที่กรมขนส่งได้เลยหรือไม่?
A: สำหรับกรณีหมดอายุเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่สามารถทำการอบรมออนไลน์ (ผ่าน DLT e‑Learning) และสอบข้อเขียน (E‑exam 50 ข้อ ผ่าน 90%) จากนั้นจึงนำผลจากออนไลน์ไปต่อที่กรมขนส่งโดยไม่ต้องสอบขับจริง
Q: ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องทำอะไรบ้าง?
A: หากหมดอายุมากกว่า 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม (ออนไลน์/ไม่ออนไลน์) สอบข้อเขียน และทดสอบขับจริงเหมือนการสอบใบขับขี่ใหม่ทุกกระบวนการ
Q: สามารถต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้กี่เดือน?
A: สามารถเลื่อนต่อใบล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือน (สำหรับใบเดิมแบบ 2 ปี/5 ปี) ตามกฎกรมขนส่ง
Q: อบรมออนไลน์ต่อใบขับขี่ควรเตรียมตัวอย่างไรให้สอบผ่านไม่ยาก?
A: แนะนำอยู่ในที่เงียบ, ใช้อุปกรณ์สัญญาณเน็ตแรง, ดูวิดีโออบรมจนจบ, จดจุดสำคัญ เช่น เครื่องหมายจราจร & กฎหมาย เนื่องจากไม่สามารถข้ามวิดีโอ และต้องผ่านคะแนนเต็ม 90%
Q: ถ้าใบขับขี่หมดอายุมากกว่า 1 ปี แต่ลืมต่อจนเกิน 5 ปี ต้องทำยังไง?
A: กรณีเกินกว่า 5 ปีจะต้องผ่านทุกขั้นตอนเหมือนขอใบใหม่ ทั้งอบรม, สอบข้อเขียน และทดสอบขับจริง การอบรมออนไลน์ยังสามารถใช้ได้แต่ผลอบรมมีอายุจำกัด (เช่น 6 เดือน)
แหล่งอ้างอิง: