



Grab มุ่งขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พัฒนาระบบสวัสดิการ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน
พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์ม Grab ได้รวมกันมากกว่า 15.3 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ในปี 2568 พาร์ทเนอร์คนขับผู้หญิงและผู้พิการกว่า 189,000 คนมีรายได้บน Grab เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
มีผู้ประกอบการรายย่อยหน้าใหม่กว่า 856,000 รายเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้าเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

Grab คุ้มครองผู้ใช้งานผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความครอบคลุม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน
99.9% ของการให้บริการเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
อัตราการเกิดอุบัติเหตุต่อหนึ่งล้านการเดินทางลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผลสำรวจพบว่าพาร์ทเนอร์คนขับ 90% มองว่า Grab มีความปลอดภัยมากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ

Grab มีความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดการปล่อยขยะบรรจุภัณฑ์สู่ธรรมชาติให้เป็นศูนย์ภายในปี 2583
การเดินทางด้วยยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษต่ำคิดเป็น 9% ของระยะทางการเดินทางทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นจาก 7% ในปีก่อนหน้า
ลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 772,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ผ่านโครงการคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมุ่งเน้นทำงานกับชุมชน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
ลดการใช้ ใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวรวมแล้วกว่า 10,142 ตัน



Grab ช่วยให้ผู้หญิงและผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดในการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านอาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการทำงาน











"เราจะยังคงเดินหน้าแก้ไขหลากหลายปัญหาในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างหลักประกันว่าทุกคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้มีส่วนร่วมและได้รับโอกาสใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล เพราะความสำเร็จของ Grab คือการเห็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน"
ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานกรรมการ Grab