จุดคุ้มทุน คืออะไร? คำนวณจุดคุ้มทุน คิดอย่างไรให้ไม่ขาดทุน

สำหรับผู้ประกอบการทุกคน “จุดคุ้มทุน” คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ เพราะมันเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยบอกว่าเมื่อไหร่ยอดขายจะเพียงพอให้ธุรกิจไม่ขาดทุน และเริ่มมีกำไร วันนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดคุ้มทุน ไม่ว่าจะเป็นหลักการพื้นฐาน สูตรคำนวณที่นำไปใช้ได้จริง และที่สำคัญ เราได้รวม 5 แนวทางเด็ดสำหรับช่วยลดต้นทุนธุรกิจ เพื่อให้คุณไปถึงจุดที่เริ่มมีกำไรได้ง่ายขึ้น 

Highlight

 

จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คืออะไร

จุดคุ้มทุน (Break-Even Point) คืออะไร? 

จุดคุ้มทุน หรือ Break Even Point คือ จุดที่รายได้ทั้งหมดของธุรกิจ เท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงาน ซึ่งหมายถึงธุรกิจจะ “ไม่ขาดทุน” แต่ก็ “ยังไม่ได้กำไร” โดยจุดคุ้มทุนใช้สำหรับวางแผนธุรกิจ ช่วยให้เจ้าของกิจการรู้ว่าต้องขายเท่าไหร่ยอดขายถึงจะครอบคลุมต้นทุน ถ้ายอดขายต่ำกว่าจุดนี้จะขาดทุน ถ้ายอดขายมากกว่าจุดนี้จะเริ่มมีกำไร

 

ก่อนคำนวณจุดคุ้มทุนต้องเตรียมอะไรบ้าง? 

ก่อนจะเริ่มคำนวณจุดคุ้มทุน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแยกแยะต้นทุนต่าง ๆ ของร้านให้ชัดเจน โดยต้นทุนที่ต้องคำนึงถึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เมื่อรู้จักประเภทของต้นทุนแล้ว จึงจะสามารถนำไปคำนวณจุดคุ้มทุน ได้อย่างแม่นยำ

  1. ต้นทุนคงที่ 

ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) คือค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ร้านค้าต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินคงที่ทุกเดือน โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าร้านจะขายหรือผลิตสินค้าได้มากน้อยแค่ไหน แม้เดือนไหนไม่มีรายได้เลย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ยังคงต้องจ่ายอยู่ดี

ตัวอย่างต้นทุนคงที่ที่พบบ่อย

  • ค่าเช่าที่ตั้งร้าน
  • เงินเดือนพนักงานประจำ
  1. ต้นทุนผันแปร? 

ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คือค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการขายหรือการผลิตในแต่ละเดือน เช่น หากเดือนนี้มีออร์เดอร์เข้ามาเยอะ ค่าวัตถุดิบที่ต้องใช้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าเดือนไหนขายน้อย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะลดลงด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างต้นทุนผันแปรที่พบบ่อย

  • ค่าวัตถุดิบในการทำอาหาร
  • ค่าบรรจุภัณฑ์ ถุงใส่อาหาร ช้อนส้อม
  1. ต้นทุนรวม? 

ต้นทุนรวม (Total Cost) คือผลรวมของต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร ดังนั้น ก่อนจะเริ่มใช้สูตรคำนวณจุดคุ้มทุน พ่อค้าแม่ค้าต้องแยกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ออกมาให้ได้ก่อนว่าอันไหนเป็นต้นทุนคงที่ อันไหนเป็นต้นทุนผันแปร เพื่อให้การคำนวณออกมาแม่นยำและใช้ประโยชน์ได้จริง

 

คำนวณจุดคุ้มทุนอย่างไร? 

สูตรคำนวณจุดคุ้มทุน

  • จำนวนขาย ณ จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ ÷ (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)

ตัวอย่างการคำนวณจุดคุ้มทุน:

  • ข้อมูลต้นทุน
      • ต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่า 10,000 บาท + เงินเดือนพนักงาน 20,000 บาท = 30,000 บาท ต่อเดือน
      • ต้นทุนผันแปร เช่น ค่าวัตถุดิบ 30 บาท/ชิ้น
      • ราคาขายต่อหน่วย เช่น 90 บาท/ชิ้น
  • เทียบสูตร
    • จุดคุ้มทุน (หน่วย) = 30,000 ÷ (90 – 30) = 500 หน่วย

จึงหมายความว่าธุรกิจต้องขายสินค้าให้ได้อย่างน้อย 500 ชิ้นต่อเดือน จึงจะไม่ขาดทุน หากขายได้มากกว่าจุดนี้ จึงจะเริ่มมีกำไร

 

ลดจุดคุ้มทุนอย่างไรให้ทำกำไรง่ายขึ้น? 

การลดจุดคุ้มทุน คือ การทำให้ยอดขายหรือจำนวนสินค้าน้อยลงแต่ยังสามารถคืนทุน และเริ่มมีกำไรได้เร็วขึ้น ธุรกิจสามารถทำได้ด้วยวิธีหลัก ๆ ดังนี้

  • ลดต้นทุนคงที่ (Fixed costs)

  • ต่อรองค่าเช่าพื้นที่หรือย้ายไปทำเลที่ต้นทุนต่ำกว่า
  • ปรับโครงสร้างองค์กร ลดจำนวนพนักงานที่ไม่จำเป็น
  • ควบคุมค่าสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า อย่างรัดกุม และมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง:

  • ค่าเช่าเดิม 15,000 บาท → ย้ายพื้นที่ใหม่ 10,000 บาท = ประหยัด 5,000 บาท/เดือน
  • จุดคุ้มทุนลดลงจาก 584 ชิ้น → 500 ชิ้น

 

  • ลดต้นทุนผันแปร (Variable costs) 

  • ต่อรองราคาวัตถุดิบกับซัพพลายเออร์ หรือซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ เพื่อขอซื้อในราคาที่ถูกลง
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และปรับสูตรสินค้าหรือบริการให้ใช้วัตถุดิบที่ราคาถูกลงแต่ยังคงคุณภาพดี
  • บริหารสต๊อกสินค้า และวัตถุดิบให้เหมาะสม ลดของเหลือหรือของเสีย

ตัวอย่าง:

  • ต้นทุนผันแปรเดิม 30 บาท/ชิ้น → ต่อรองซื้อวัตถุดิบถูกลง เหลือ 25 บาท/ชิ้น
  • จุดคุ้มทุนลดลงจาก 584 ชิ้น → 538 ชิ้น

 

  • เพิ่มราคาขายต่อหน่วย 

  • พัฒนาสินค้าให้มีเอกลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ดีไซน์, คุณภาพ หรือสร้างแบรนด์
  • ทำการตลาด และโฆษณา เพื่อสร้างการรับรู้ พร้อมปรับราคาให้เหมาะสมกับคุณภาพสินค้า และตลาดเป้าหมาย

ตัวอย่าง:

  • ราคาขายเดิม 90 บาท → เพิ่มมูลค่าสินค้า ขายได้ 100 บาท
  • จุดคุ้มทุนลดลงจาก 584 ชิ้น → 500 ชิ้น

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม: พัฒนารายได้ทางเลือกด้วยการขยายช่องทางการขายไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับ Grab ที่จะช่วยให้ร้านค้าของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ

 

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนสำคัญกับธุรกิจอย่างไร? 

มาดูกันว่า ความสำคัญของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-Even Point Analysis) คืออะไรบ้าง

  • กำหนดเป้าหมายยอดขายขั้นต่ำ: ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าต้องขายอย่างน้อยเท่าไหร่จึงจะไม่ขาดทุน รู้จำนวนหรือยอดขายตามเป้าในแต่ละเดือน
  • ควบคุมต้นทุนและบริหารรายจ่าย: ช่วยตรวจสอบว่า โครงสร้างต้นทุนเหมาะสมหรือควรปรับลดต้นทุน หรือปรับราคาขาย เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไร
  • วางแผนกำไร: สามารถนำผลการวิเคราะห์ไปวางแผนการตั้งราคา และปริมาณขาย เพื่อให้ได้กำไรตามเป้าหมาย
  • ช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ: ใช้วิเคราะห์ก่อนเริ่มกิจการ ช่วยตัดสินใจว่า จะดำเนินงานต่อหรือหยุดลงทุน หากยอดขายจริงไม่ถึงจุดคุ้มทุน
  • ช่วยบริหารความเสี่ยง: ทำให้ธุรกิจรู้ขีดจำกัดของยอดขาย และบริหารความเสี่ยงขาดทุนได้ดีขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากกิจการมีต้นทุนคงที่สูงแต่ไม่สามารถทำยอดขายได้ถึงจุดคุ้มทุน จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพว่า จะขาดทุน และตัดสินใจได้เร็วขึ้น หรือสามารถนำไปวางแผนโปรโมชัน ขยายช่องทางขาย เพิ่มโอกาสการหารายได้ เช่น การสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับ Grab เพื่อให้ยอดสูงกว่าจุดคุ้มทุน สร้างกำไรในระยะยาว

 

ประโยชน์ในการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน

วิเคราะห์จุดคุ้มทุน ประโยชน์
วางแผนธุรกิจ รู้เป้ายอดขายขั้นต่ำ
ควบคุมต้นทุน ปรับโครงสร้างต้นทุนให้เหมาะสม
ตั้งราคาขาย กำหนดราคาที่ทำกำไรได้
ประเมินความเสี่ยง รู้ว่าต้องขายเท่าไหร่ถึงไม่ขาดทุน
ขยายธุรกิจ วางแผนเปิดสาขาใหม่อย่างมั่นใจ

 

ตารางเปรียบเทียบผลกระทบต่อจุดคุ้มทุน

การปรับเปลี่ยน จุดคุ้มทุนเดิม จุดคุ้มทุนใหม่ ผลลัพธ์
ลดต้นทุนคงที่ 5,000 บาท 584 ชิ้น 500 ชิ้น ลดลง 84 ชิ้น
ลดต้นทุนผันแปร 5 บาท/ชิ้น 584 ชิ้น 538 ชิ้น ลดลง 46 ชิ้น
เพิ่มราคาขาย 10 บาท/ชิ้น 584 ชิ้น 500 ชิ้น ลดลง 84 ชิ้น
ทำทั้ง 3 อย่าง 584 ชิ้น 375 ชิ้น ลดลง 209 ชิ้น

 

5 แนวทางลดต้นทุนเพื่อสร้างกำไร มีอะไรบ้าง

1. ลดต้นทุนวัตถุดิบ

ลองต่อรองราคา และเงื่อนไขกับซัพพลายเออร์หลาย ๆ เจ้าไว้เปรียบเทียบ และเลือกข้อเสนอที่ตอบโจทย์ที่สุด รวมถึงควรมีแหล่งวัตถุดิบสำรองไว้ เพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดสต๊อก และปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา

เคล็ดลับ

  • เปรียบเทียบราคา 3-5 ซัพพลายเออร์
  • ซื้อล็อตใหญ่ รับส่วนลด 5-15%
  • สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม B2B
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์

2. ลดต้นทุนเวลา

ปรับแผนการผลิตให้กระชับ ตัดทิ้งขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยให้ทำงานรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญ คือ การฝึกอบรมให้พนักงานทำงานได้คล่อง และมีประสิทธิภาพ เพราะจะช่วยให้ทุกคนประหยัดเวลาการทำงานยิ่งขึ้น

เคล็ดลับ

  • ใช้ระบบ POS ที่รวดเร็ว
  • จัดระเบียบพื้นที่ทำงานให้คล่องตัว
  • กำหนด SOP (ขั้นตอนมาตรฐาน) ชัดเจน
  • อบรมพนักงานใหม่อย่างเป็นระบบ

3. ลดต้นทุนเครื่องจักร

คอยเช็ก และดูแลรักษาเครื่องจักร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียจนต้องจ่ายเงินซ่อมเยอะ เลือกใช้เครื่องรุ่นที่ประหยัดพลังงาน และทำงานได้ดี รวมถึงควรวางแผนการใช้งาน และการซ่อมบำรุง ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เคล็ดลับ

  • ทำ Preventive Maintenance ทุกเดือน
  • เลือกเครื่องจักรประหยัดไฟ (Energy Saving)
  • บันทึกประวัติการซ่อมบำรุง
  • เช่าแทนซื้อ (ถ้าใช้ไม่บ่อย)

4. ลดต้นทุนแรงงาน

ลงทุนในทรัพยากรบุคคล เพื่อที่จะลดการจ้างงานเพิ่มโดยไม่จำเป็น รวมถึงจัดสรรตารางเวลาทำงานให้เหมาะสม รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานบางส่วน

เคล็ดลับ

  • ใช้พนักงาน Part-time ในช่วงที่ลูกค้าเยอะ
  • Cross-training ให้พนักงานทำงานหลายหน้าที่ได้
  • ใช้ระบบจัดตารางงานอัตโนมัติ
  • ลดภาระงานด้วยเทคโนโลยี (ระบบสั่งอาหารออนไลน์)

5. ลดต้นทุนด้วยเทคโนโลยี

นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในส่วนต่าง ๆ ของการผลิต รวมถึงใช้ในระบบสต๊อกสินค้า ติดตั้งระบบหรือแอปพลิเคชัยในการจัดการงานในร้าน ก็เป็นที่ทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว

เคล็ดลับ

  • ใช้ระบบจัดการสต๊อกอัตโนมัติ (หลีกเลี่ยงของเสีย)
  • ใช้ GrabMerchant Dashboard ดูข้อมูลยอดขายแบบเรียลไทม์
  • ใช้ระบบ QR Code สั่งอาหารเอง (ลดพนักงานรับออเดอร์)
  • ใช้ระบบบัญชีออนไลน์ (ประหยัดเวลาทำบัญชี)

 

การเข้าใจเรื่องจุดคุ้มทุน และรู้จักปรับลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าสู่การสร้างกำไรได้อย่างมั่นคง หากคุณกำลังมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการขยายยอดขาย การเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับ Grab คือ อีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี ด้วยระบบจัดการร้านสะดวก ลูกค้านับล้านที่ใช้งานแอปทุกวัน และโอกาสสร้างรายได้หลากหลาย โดยสมัครง่าย ๆ ได้ทั้งผ่านเว็บไซต์หรือแอป GrabMerchant

 

FAQ

Q: ต้นทุนคงที่กับต้นทุนผันแปรคืออะไร?

A: ต้นทุนคงที่ คือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่ขึ้นกับปริมาณการขาย เช่น ค่าเช่า ส่วนต้นทุนผันแปร จะเปลี่ยนแปลงตามยอดขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ

Q: ถ้าต้นทุนคงที่สูงขึ้น จุดคุ้มทุนจะเป็นอย่างไร?

A: จุดคุ้มทุนจะสูงขึ้น หมายถึงต้องขายสินค้าให้มากขึ้นจึงจะคุ้มทุน

Q: ทำอย่างไรให้ถึงจุดคุ้มทุนเร็วขึ้น?

A: ควบคุมต้นทุน เพิ่มยอดขาย และเลือกขยายช่องทาง เช่น เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Grab ที่ช่วยให้ร้านค้าคุณเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างได้ง่ายขึ้น

Q: ขายอาหารออนไลน์จะช่วยลดจุดคุ้มทุนได้ไหม?

A: ช่วยได้ เพราะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ขายได้ตลอดเวลา ยอดขายมีโอกาสสูงกว่าขายหน้าร้านอย่างเดียว

Q: สมัครร้านค้าออนไลน์กับ Grab ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

A: เตรียมเอกสารตามเงื่อนไขของ Grab และสมัครได้ง่าย ๆ ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์หรือแอป GrabMerchant