เมื่ออยู่ ๆ ใบขับขี่หาย หลายคนมักเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า “ควรทำอย่างไรดี?” หรือ “ต้องไปแจ้งความหรือเปล่า?” บทความนี้จะพาคุณไปไขข้อสงสัยทุกประเด็น ตั้งแต่ข้อควรทำเมื่อใบขับขี่หาย ขั้นตอนการขอใบใหม่ รวมถึงกรณีที่ต้องแจ้งความหรือไม่ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ขั้นตอน และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องในทันที
Highlight
- ใบขับขี่หายต้องแจ้งความหรือไม่? แยกตามประเภทใบขับขี่
- ขั้นตอนทำใบขับขี่ใหม่ เมื่อใบขับขี่สูญหายที่ควรรู้มีอะไรบ้าง
- ใบขับขี่หายต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
- วิธีจองคิวทำใบขับขี่ผ่านแอป DLT Smart Queue ทำอย่างไร?
- ค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ใหม่ราคาเท่าไหร่? ในกรณีใบขับขี่หาย
- ใบขับขี่หายต้องอบรมหรือสอบใบขับขี่ใหม่ไหม?
- เคลมประกันได้ไหม? ถ้าใบขับขี่หาย
- ใบขับขี่หายต้องแจ้งสูญหายภายในกี่วัน?
- 5 เทคนิคป้องกันใบขับขี่หายมีอะไรบ้าง
- สถานที่ทำใบขับขี่ใหม่ที่ไหนได้บ้าง?

ใบขับขี่หายต้องแจ้งความหรือไม่? แยกตามประเภทใบขับขี่
ใบขับขี่หายต้องแจ้งความไหม? หากใบขับขี่หาย สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ ประเภทของใบขับขี่ เนื่องจากกฎระเบียบ และขั้นตอนการดำเนินการมีความแตกต่างกัน
-
ใบขับขี่รถส่วนบุคคล
- ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ เมื่อใบขับขี่หาย สามารถไปติดต่อขอทำใบขับขี่ใหม่ที่กรมขนส่งทางบกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล โดยสามารถจองคิวทำใบขับขี่ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
- ควรดำเนินการขอใบขับขี่ใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะหากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแล้วไม่มีใบขับขี่ อาจถูกปรับหรือมีโทษตามกฎหมาย
-
ใบขับขี่รถสาธารณะ
- จำเป็นต้องแจ้งความ ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ใบขับขี่สูญหาย เพื่อขอรับใบแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
- หลังจากได้ใบแจ้งความแล้ว ให้นำไปยื่นคำร้องขอทำใบขับขี่ใหม่ที่กรมขนส่งทางบก พร้อมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากใบขับขี่สาธารณะมีการใช้ในเชิงธุรกิจ และความปลอดภัยสาธารณะ หากหายต้องมีการบันทึก และยืนยันหลักฐานอย่างเป็นทางการ
ตารางเปรียบเทียบ: ใบขับขี่ส่วนบุคคล vs ใบขับขี่สาธารณะ
| รายการ | ใบขับขี่ส่วนบุคคล | ใบขับขี่สาธารณะ |
| ต้องแจ้งความหรือไม่ | ไม่ต้อง | ต้อง |
| ใบแจ้งความ | ไม่จำเป็น | จำเป็นต้องยื่นประกอบ |
| สถานที่แจ้งความ | – | สถานีตำรวจในพื้นที่ |
| เอกสารยื่นขอใบใหม่ | บัตรประชาชน/Passport | บัตรประชาชน + ใบแจ้งความ |
| ระยะเวลาดำเนินการ | 1 วัน (จองคิวออนไลน์) | 1-2 วัน (ต้องแจ้งความก่อน) |
| ค่าธรรมเนียม | 205 บาท | 205 บาท |
ขั้นตอนทำใบขับขี่ใหม่ เมื่อใบขับขี่สูญหายที่ควรรู้มีอะไรบ้าง
ใบขับขี่หายต้องทำยังไง? หากทำใบขับขี่หาย ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะกระบวนการขอใบขับขี่ใหม่ในปัจจุบันสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น สามารถจองคิวออนไลน์ล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ มาดูขั้นตอนทั้งหมดที่ควรรู้กันเลย
- เตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง และใบแจ้งความ (เฉพาะกรณีใบขับขี่รถสาธารณะเท่านั้น)
- จองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์กรมการขนส่ง โดยเลือกสำนักงานขนส่ง วันที่และเวลาที่สะดวกในการยื่นคำขอ
- เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันเวลาที่จอง เพื่อยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่ และกรอกแบบฟอร์มคำขอทำใบขับขี่ใหม่ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูล และเอกสารทั้งหมด
- หากเอกสารครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียม จากนั้น เจ้าหน้าที่จะออกใบแทนใบอนุญาตขับขี่ให้
ใบขับขี่หายต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ปัจจุบันการออกใบขับขี่ใหม่เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น เพียงนำเอกสารพื้นฐานไปยื่นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขา โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนเหมือนแต่ก่อน
-
เอกสารสำหรับคนไทย
เพียงแค่บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง หรือหากไม่มีก็สามารถใช้เอกสารทางราชการอื่นที่ใช้ยืนยันตัวตนได้ เช่น บัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอทำใบขับขี่ฉบับแทนได้ทันที
-
เอกสารสำหรับชาวต่างชาติ
ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุเป็นหลักฐานในการยื่นขอทำใบขับขี่ใบใหม่
-
เอกสารเพิ่มเติมกรณีพิเศษ
กรณีใบขับขี่รถสาธารณะ:
- ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ
กรณีใบขับขี่หายหรือหมดอายุเกิน 3 ปี:
- ใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
- ต้องสอบใหม่ทุกขั้นตอน (อบรม + สอบข้อเขียน + สอบขับ)
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ใบขับขี่ใบใหม่จะมีอายุการใช้งานเท่ากับวันหมดอายุของใบเดิม
- ไม่จำเป็นต้องสอบใหม่หรือตรวจสุขภาพใหม่ (หากใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ)
- แนะนำให้ตรวจสอบเวลาทำการของสำนักงานขนส่งก่อนเดินทางไปเพื่อประหยัดเวลา
- ไม่ต้องนำสำเนาใบขับขี่เดิม เพราะระบบของกรมการขนส่งมีข้อมูลอยู่แล้ว

วิธีจองคิวทำใบขับขี่ผ่านแอป DLT Smart Queue ทำอย่างไร?
- ลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบ
- ดาวน์โหลดแอป DLT Smart Queue
- ลงทะเบียนเป็นผู้ใช้งานครั้งแรก
- เลือกสำนักงานขนส่งที่ต้องการ
- เลือกสำนักงานขนส่งที่สะดวกสำหรับการนัดหมาย
- เลือกประเภทบริการ “งานใบอนุญาต”
- เลือกเมนู งานใบอนุญาต สำหรับบริการเกี่ยวกับใบขับขี่
- เลือกประเภทใบอนุญาตขับรถ และประเภทบริการ “อื่นๆ”
- เลือกชนิดของใบอนุญาตขับรถ เช่น ส่วนบุคคล หรือสาธารณะ
- เลือก “อื่นๆ” หรือประเภทบริการที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่หาย
- เลือกประเภทยานพาหนะ แล้วติ๊ก “ใบอนุญาตขับรถสูญหาย”
- ระบุชนิดยานพาหนะที่ต้องการทำใบขับขี่ใหม่
- เลือกช่องสูญหาย/ชำรุด
- เลือก “ใบอนุญาตส่วนบุคคล: ใบแทนชำรุดหรือสูญหาย”
- เลือกประเภทใบแทนที่ตรงกับกรณีของตนเอง
- เลือกวันที่ต้องการทำใบขับขี่
- เลือกวัน และช่วงเวลาที่ต้องการเข้ารับบริการ
- กดยืนยัน และบันทึกภาพหน้าจอหลักฐานการจองคิว เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันนัดหมาย
- จองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อให้ได้เวลาที่ต้องการ
- ถ้าไปไม่ได้ตามนัด ควรยกเลิกคิวล่วงหน้าเพื่อให้คนอื่นได้ใช้บริการ
ค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่ใหม่ราคาเท่าไหร่? ในกรณีใบขับขี่หาย
ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เมื่อใบขับขี่หาย และต้องการขอทำใบขับขี่ใหม่ (ใบแทน) มีรายการต่อไปนี้
รายการค่าธรรมเนียม
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
| ค่าคำขอ | 5 บาท |
| ค่าธรรมเนียมใบแทน (กรณีสูญหาย/ชำรุด) | 100 บาท |
| ค่าบริการถ่ายรูปและพิมพ์บัตร | 100 บาท |
| รวมทั้งหมด | 205 บาท |
ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม
- กรณีขอใบแทนจากการสูญหาย เรียกเก็บเฉพาะ 205 บาทเท่านั้น
- กรณีต่ออายุหรือออกใบขับขี่ใหม่หลังหมดอายุ จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามประเภทใบขับขี่ (2 ปีหรือ 5 ปี)
- วิธีชำระเงิน: เงินสดหรือบัตรเครดิต/เดบิต (ขึ้นอยู่กับสาขา)
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกรณีต่างๆ
| กรณี | ค่าธรรมเนียม | หมายเหตุ |
| ใบขับขี่หาย (ยังไม่หมดอายุ) | 205 บาท | ไม่ต้องสอบใหม่ |
| ใบขับขี่หมดอายุ (ต่ออายุ 2 ปี) | 305 บาท | ต้องตรวจสุขภาพ |
| ใบขับขี่หมดอายุ (ต่ออายุ 5 ปี) | 605 บาท | ต้องตรวจสุขภาพ |
| ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี | 305-605 บาท + ค่าอบรม + ค่าสอบ | ต้องสอบใหม่ทุกขั้นตอน |

ใบขับขี่หายต้องอบรมหรือสอบใบขับขี่ใหม่ไหม?
หลายคนอาจสงสัยว่า เมื่อใบขับขี่หาย ต้องเข้าอบรมใหม่หรือไม่ คำตอบขึ้นกับระยะเวลาที่ใบขับขี่หายหรือขาดต่ออายุ โดยแยกออกเป็น 2 กรณีดังนี้
-
ใบขับขี่หายไม่เกิน 3 ปี
หายหรือหมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียน และอบรมใหม่ตามประเภทใบขับขี่ โดยกรณีใบขับขี่ 5 ปี ต้องอบรม 2 ชั่วโมง ส่วนกรณีใบขับขี่ 2 ปี (ชั่วคราว) ต้องอบรม 5 ชั่วโมง
-
ใบขับขี่หายเกิน 3 ปีขึ้นไป
กรณีใบขับขี่หายเกิน 3 ปี หรือขาดต่ออายุเกิน 3 ปี:
- ต้องอบรมใหม่ (2 หรือ 5 ชั่วโมงตามประเภท)
- ต้องสอบข้อเขียน และสอบขับรถใหม่
- ต้องยื่นใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
- กระบวนการเกือบเหมือนเริ่มทำใบขับขี่ใหม่ ต้องผ่านทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้น
เคลมประกันได้ไหม? ถ้าใบขับขี่หาย
เรื่องการเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ติดตัว บริษัทประกันจะพิจารณาแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ดังนี้
เรื่องการเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ติดตัว บริษัทประกันจะพิจารณาแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ดังนี้
กรณีที่ 1: ผู้ขับเป็นฝ่ายถูก
หากคุณไม่มีใบขับขี่ติดตัวแต่เป็นฝ่ายที่ถูกชนหรือถูกกระทำ ประกันภัยยังคงให้ความคุ้มครองครบถ้วนตามกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ ค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากฝ่ายที่ก่อเหตุ
กรณีที่ 2: ผู้ขับเป็นฝ่ายผิดและไม่เคยมีใบขับขี่
หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ขับไม่เคยผ่านการสอบหรือทำใบอนุญาตขับขี่มาก่อนเลย บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ อย่างไรก็ตาม หากใบขับขี่เพียงแค่สูญหายหรือหมดอายุ บริษัทประกันจะยังคงให้ความคุ้มครองทั้งสำหรับรถของคุณและความเสียหายที่เกิดกับคู่กรณีตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
กรณีที่ 3: ใบขับขี่ถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่และเป็นฝ่ายผิด
สถานการณ์นี้คือใบขับขี่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ชั่วคราว ผู้ขับจำเป็นต้องขอสำเนาสำนวนการจับกุมจากเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเคลม ซึ่งบริษัทประกันจะให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายของรถคุณและคู่กรณีได้
**หมายเหตุ:** ควรเก็บสำเนาใบขับขี่ไว้ในรถหรือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ และหากใบขับขี่หาย ควรรีบไปดำเนินการทำใบแทนโดยเร็วที่สุด
ใบขับขี่หายต้องแจ้งสูญหายภายในกี่วัน?
กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องแจ้งการสูญหายของใบขับขี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่แนะนำให้รีบดำเนินการทำใบใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะ:
- หลีกเลี่ยงค่าปรับ: หากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ติดตัวและถูกตรวจ จะถูกปรับ 1,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ป้องกันการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด: หากใบขับขี่หายไปและมีคนอื่นเจอ อาจถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย
- เคลมประกันได้สะดวกกว่า: มีเอกสารครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตน: ใบขับขี่ใช้แทนบัตรประชาชนในบางกรณี เช่น เช็คอิน โรงแรม ทำธุรกรรมธนาคาร
5 เทคนิคป้องกันใบขับขี่หายมีอะไรบ้าง
ใบขับขี่เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องพกติดตัวทุกครั้งเมื่อขับรถ หากทำหายอาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำใหม่ บทความนี้รวม 5 เทคนิคป้องกันใบขับขี่หาย ที่ทำตามได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความอุ่นใจทุกครั้งที่เดินทาง
1. ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ
ถ่ายรูปใบขับขี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วจัดเก็บไว้ในระบบ Cloud เช่น Google Drive หรือ iCloud เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย ในกรณีฉุกเฉิน สามารถใช้รูปถ่ายแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันข้อมูลเบื้องต้นได้
2. ทำสำเนาเก็บไว้ในรถ
ถ่ายสำเนาใบขับขี่ 1–2 ฉบับ และเก็บไว้ในกล่องเก็บของภายในรถ เหมาะสำหรับกรณีลืมพกกระเป๋าสตางค์ หรือเผลอวางใบขับขี่ไว้ที่อื่น ช่วยลดความกังวลระหว่างเดินทาง
3. ใช้กระเป๋าเก็บเอกสารรถยนต์
ก่อนลงจากรถ ควรตรวจสอบว่าใบขับขี่ยังอยู่ในกระเป๋าสตางค์หรือไม่ หากเผลอวางไว้ในรถ ควรเก็บเข้าที่ทันที เพื่อลดความเสี่ยงในการลืมหรือทำหาย
4. เช็คก่อนลงจากรถทุกครั้ง
การนำใบขับขี่ออกมาบ่อย ๆ เพิ่มโอกาสตกหล่นหรือวางลืม ควรเก็บไว้ในช่องเฉพาะของกระเป๋าสตางค์ และหยิบออกมาเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น
สถานที่ทำใบขับขี่ใหม่ที่ไหนได้บ้าง?
หากใบขับขี่สูญหาย ชำรุด หรือชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ขับขี่สามารถขอทำใบขับขี่ใหม่ (ใบแทน) ได้ที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก โดยมีสถานที่ให้บริการดังนี้
1. สำนักงานขนส่งจังหวัด
เป็นสำนักงานใหญ่ของกรมการขนส่งทางบกประจำแต่ละจังหวัด ให้บริการทำใบขับขี่ใหม่กรณีสูญหายครบทุกขั้นตอน
- เปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08:30–16:30 น.
- แนะนำ: ควรจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป DLT Smart Queue เพื่อประหยัดเวลาและลดการรอคิว
2. สำนักงานขนส่งสาขา
เป็นสำนักงานขนส่งสาขาย่อยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน
- เปิดทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08:30–16:30 น.
- บางสาขาเปิดให้บริการวันเสาร์ ควรตรวจสอบวันและเวลาทำการล่วงหน้า
3. หน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ (บางพื้นที่)
กรมการขนส่งทางบกมีการออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่เข้าถึงสำนักงานได้ยาก
- ให้บริการเป็นรอบตามกำหนดการ
- ควรตรวจสอบตารางเวลาและสถานที่ให้บริการจากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
วิธีหาสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน
หากไม่แน่ใจว่าสำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ใด สามารถค้นหาได้ง่าย ๆ ดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ www.dlt.go.th
- เลือกเมนู “สำนักงานขนส่ง”
- เลือกจังหวัดของคุณ
- ตรวจสอบรายชื่อสาขา พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และแผนที่
อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว ใครที่ใบขับขี่หาย ไม่ต้องตกใจหรือกังวลไป เพียงแค่เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ก็สามารถกลับมาใช้สิทธิ์ขับขี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง เท่านี้คุณก็จะสามารถขับรถคู่ใจได้ ส่วนใครที่กำลังมองหารายได้เสริมจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์หรือกำลังมองหาอาชีพเสริม อย่ารอช้า รีบสมัครสมัคร GrabBike หรือสมัคร GrabCarได้ที่นี่เลย และยังสามารถอ่านรีวิวรายได้คนขับแกร็บจากผู้ขับตัวจริงได้ด้วย
FAQs
Q: ใบขับขี่หาย แต่ยังใช้แอป DLT QR License ได้ ยังควรทำใบแทนหรือไม่?
A: ถึงแม้แอป DLT QR License สามารถใช้เป็นหลักฐานชั่วคราวได้ช่วงที่ยังไม่ดำเนินการทำใบใหม่ แต่แนะนำให้ทำใบแทนภายใน 15 วันหลังจากหาย เพื่อป้องกันกรณีที่ระบบแอปล่มหรือไม่สามารถแสดงข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ได้
Q: ใบขับขี่หายแต่ยังใช้งาน Grab ได้ไหม?
A: Grab จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเป็นระยะ หากใบขับขี่หายหรือไม่ได้อัปโหลดเอกสารใหม่ระบบจะระงับบัญชีชั่วคราว จนกว่าคุณจะอัปโหลดสำเนาใบแทนจากกรมขนส่ง ดังนั้นเมื่อทราบว่าใบขับขี่หาย ควรรีบจองคิวทำใบแทนผ่าน DLT Smart Queue และอัปโหลดเอกสารใหม่ทันที
Q: กรณีใบขับขี่หายเกิน 1 ปี ต้องอบรมหรือสอบใหม่ตามประเภทใบขับขี่หรือไม่?
A: ใบขับขี่หายไม่เกิน 3 ปี: ต้องอบรม 2 ชม. (ประเภท 5 ปี) หรือ 5 ชม. (ประเภท 2 ปี) และสอบข้อเขียนใหม่ หากเกิน 3 ปี: ต้องอบรม, สอบข้อเขียน, อาจรวมถึงสอบขับจริง และนำใบรับรองแพทย์ไปแสดงด้วย
Q: หากมีใบแทนระหว่างรอใบหลัก สามารถใช้เดินทางและตรวจสอบได้หรือไม่?
A: ได้เลยครับ! ใบแทนที่ออกโดยกรมขนส่งแสดงว่าเป็น “หลักฐานชั่วคราวที่ใช้แทนใบขับขี่จริง” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับเจ้าหน้าที่และตำรวจ จนกว่าใบขับขี่ตัวจริงจะออกครบตามกำหนด (อายุเท่าใบเดิม)
Q: ใช้ใบขับขี่แทน (สำเนา) ได้นานแค่ไหนก่อนรับบัตรจริง?
A: ใบขับขี่แทนที่กรมขนส่งออกให้ใช้ได้เป็นหลักฐานชั่วคราวจนกว่าจะได้รับบัตรจริง (โดยทั่วไปออกภายในวันเดียวกัน) ซึ่ง Grab สามารถยอมรับเอกสารนี้ชั่วคราว แต่เมื่อได้รับบัตรจริงแล้ว ควรอัปโหลดทันที ถึงแม้จะใช้งานถูกต้องก่อนหน้า
แหล่งอ้างอิง:
การขอใบแทนใบขับขี่ จากกรมขนส่งทางบก