ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน ทำอย่างไร อัปเดต 2569

เมื่อใบขับขี่หมดอายุ หลายคนอาจเกิดความสงสัยหรือกังวลว่า “จะต้องทำอย่างไรต่อ?”ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน?” หรือถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ บทความนี้ จะไขทุกข้อสงสัย ตั้งแต่เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการดำเนินการ รวมไปถึงตอบคำถามว่า สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้หรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

Highlight

 

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน?

ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน? ใครที่ใบขับขี่หมดอายุ ควรรีบต่ออายุทันทีภายใน 1 ปีนับจากวันที่หมดอายุ เพราะหากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่จะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเงื่อนไขการต่อใบขับขี่จะแตกต่างกันตามระยะเวลา ดังต่อไปนี้

  1. กรณีใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี (นับตั้งแต่วันหมดอายุ)

    • เมื่อใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปีสามารถไปต่ออายุใบขับขี่ที่กรมการขนส่งทางบกได้ทันที
    • ไม่ต้องสอบใหม่
    • ไม่ต้องอบรม
    • ชำระเพียงค่าธรรมเนียมตามปกติ
  2. กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี

    • กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ (แบบ E-exam จำนวน 50 ข้อ ต้องถูกอย่างน้อย 45 ข้อขึ้นไป หรือ 90%)
    • ต้องอบรมตามที่กรมขนส่งกำหนด สามารถอบรมออนไลน์ผ่านระบบ DLT e-Learning
    • ชำระค่าธรรมเนียมตามปกติ
  3. กรณีใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป

    • ต้องสอบทั้งภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) และภาคปฏิบัติ (ขับขี่จริง) เหมือนการทำใบขับขี่ใหม่
    • ต้องอบรมตามหลักสูตรที่กรมขนส่งกำหนดใหม่ทั้งหมด
    • ชำระค่าธรรมเนียมตามที่ระบุ
  4. กรณีต่อใบขับขี่ล่วงหน้า

    • ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือน (180 วัน)
    • โดยอายุการใช้งานของใบขับขี่จะนับต่อจากวันหมดอายุเดิม ไม่ใช่นับจากวันที่ทำการต่อ

 

ตารางสรุปการต่ออายุใบขับขี่ตามระยะเวลา

ระยะเวลาที่หมดอายุ เงื่อนไขการต่ออายุ การสอบ การอบรม ค่าธรรมเนียม
ต่อล่วงหน้า (ก่อนหมดอายุ 1-3 เดือน) ต่ออายุได้ทันทีอายุใบขับขี่นับต่อจากวันหมดอายุเดิม ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องอบรม ตามปกติ
หมดอายุไม่เกิน 1 ปี ต่ออายุที่กรมขนส่งได้ทันทีไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องอบรม ตามปกติ
หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบและอบรมใหม่ ✓ สอบข้อเขียน(E-exam 50 ข้อ ต้องได้ 45 ข้อขึ้นไป คิดเป็น 90%) ✓ อบรมตามหลักสูตร(สามารถอบรมออนไลน์ผ่าน DLT e-Learning) ตามปกติ
หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป ต้องทำเหมือนขอใบขับขี่ใหม่ทั้งหมด ✓ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี)✓ สอบขับรถจริง (ภาคปฏิบัติ) ✓ อบรมตามหลักสูตรใหม่ทั้งหมด ตามที่กำหนด

 

ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ราคาเท่าไหร่?

อัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับชนิดของยานพาหนะและระยะเวลาที่ต้องการต่ออายุ ประกอบด้วย

สำหรับรถยนต์ (อายุ 5 ปี)

  • ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 500 บาท
  • รวม 505 บาท

สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุ 5 ปี)

  • ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 250 บาท
  • รวม 355 บาท

ค่าทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Card): 100 บาท

 

ต่อใบขับขี่หมดอายุ

ต่อใบขับขี่หมดอายุอย่างไร?

1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

เพื่อให้กระบวนการต่ออายุใบขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาหลายครั้ง สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ดังรายการต่อไปนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน ต้องนำทั้งบัตรตัวจริงและสำเนาที่ถ่ายไว้ 1 ฉบับมาด้วย เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • ใบขับขี่ฉบับปัจจุบันที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ในกรณีที่เอกสารฉบับนี้สูญหายไป ให้ดำเนินการแจ้งความที่สถานีตำรวจและนำใบรายงานการแจ้งความมาแสดงแทน
  • ใบรับรองสุขภาพจากแพทย์ ซึ่งต้องเป็นใบรับรองที่ออกให้ไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ไปใช้บริการ สามารถขอได้จากโรงพยาบาลของรัฐหรือคลินิกเอกชนที่ได้รับการรับรอง โดยในใบรับรองต้องระบุชัดเจนว่าผู้ขอต่ออายุไม่มีโรคติดต่อหรือโรคเรื้อรังที่จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น โรคลมชักหรือโรคทางระบบประสาท โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ ตาบอดสี หรือโรคที่ทำให้มีอาการแพ้แสงรุนแรง
  • หลักฐานการเข้ารับการอบรมออนไลน์ ที่ได้จากการเรียนผ่านระบบ e-Learning ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต้องนำมาแสดงเป็นหลักฐานว่าได้ผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว

2. จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปฯ DLT Smart Queue 

หากใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุ คุณสามารถใช้แอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ในการจองคิวเข้ารับบริการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลานั่งรอคิวที่สำนักงานขนส่งจังหวัด และสามารถวางแผนการเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวก

วิธีการจองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue

  1. ติดตั้งแอป DLT Smart Queue ผ่าน Google Play หรือ App Store บนสมารท์โฟนของคุณ
  2. สร้างบัญชีผู้ใช้งานและเข้าสู่ระบบ
  3. คลิกเลือกบริการ “ต่ออายุใบขับขี่” จากเมนู
  4. ระบุสถานที่ให้บริการที่คุณต้องการไปติดต่อ
  5. กำหนดวันและช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตารางงานของคุณ
  6. กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลให้ครบถ้วนตามที่ระบบกำหนด
  7. ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยันการจอง

เมื่อจองคิวสำเร็จ แอปพลิเคชันจะส่งข้อความแจ้งเตือนพร้อมหมายเลขคิวของคุณมาที่โทรศัพท์ ทำให้กระบวนการเข้ารับบริการมีความรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

3. อบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning 

ก่อนที่จะเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัด ผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่จำเป็นต้องผ่านหลักสูตรอบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ให้เรียบร้อยก่อน โดยสามารถเข้าศึกษาหลักสูตรได้ด้วยตัวเองที่บ้านได้โดยวิธีการดังนี้

  1. เข้าสู่เว็บไซต์  https://www.dlt-elearning.com/ 
  2. สมัครสมาชิกและลงทะเบียนเข้าระบบ
  3. เลือกรับชมวิดีโอการอบรมตามประเภทของใบขับขี่ที่คุณต้องการต่ออายุ ไม่ว่าจะเป็นใบขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
  4. ทำแบบทดสอบด้วยการตอบคำถามจากเนื้อหาที่เรียนรู้มา 
  5. ระบบจะออกใบรับรองการผ่านการอบรมให้เมื่อผ่านการทดสอบและกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว
  6. พิมพ์เอกสารออกมา หรือจะบันทึกเป็นไฟล์ไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่ไปใช้บริการก็ได้

4. เข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่ง 

เมื่อผ่านการอบรมออนไลน์เสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถเดินทางไปรับบริการที่สำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่ได้ทำการจองไว้ โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 

  1. นำหมายเลขคิวที่ได้รับจากระบบให้กับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อเช็คอิน
  2. ยื่นเอกสารประกอบการขอต่ออายุทั้งหมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน
  3. ทดสอบการมองเห็นที่จุดตรวจวัดสายตาและทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่
  • ทดสอบการมองเห็นสี
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฏิกิริยาเท้า
  1. ชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบขับขี่ตามอัตราที่กำหนด
  2. เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปถ่ายภาพสำหรับทำใบขับขี่ฉบับใหม่
  3. ได้รับใบขับขี่ฉบับใหม่ที่พร้อมใช้งานทันที

 

ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่

ค่าใช้จ่ายในการต่อใบขับขี่หมดอายุราคาเท่าไหร่? 

อัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับชนิดของยานพาหนะและระยะเวลาที่ต้องการต่ออายุ ประกอบด้วย

  1. สำหรับรถยนต์ (อายุ 5 ปี)

    • ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 500 บาท
    • ค่าดำเนินการคำขอ: 5 บาท
    • รวม 505 บาท
  2. สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุ 5 ปี)

    • ค่าธรรมเนียมการต่ออายุ: 250 บาท
    • ค่าดำเนินการคำขอ: 5 บาท
    • รวม 355 บาท
  3. ค่าทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Card)

    • 100 บาท

สามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ไหม?

ในปัจจุบันปี 2569 สามารถใช้บริการ “ระบบออนไลน์” ในขั้นตอนการอบรมต่อใบขับขี่หมดอายุผ่านระบบ DLT e-Learning ของกรมการขนส่งทางบกได้ เพื่อช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินทางไปเข้าอบรมที่สำนักงานขนส่งโดยตรง แต่ยัง “ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง” เพื่อยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ถ่ายรูป ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ใหม่

ขั้นตอน ดำเนินการทางออนไลน์
อบรม E-learning ได้
จองคิวนัดหมาย ได้
สอบข้อเขียน (กรณีหมดอายุ 1-3 ปี) ได้
ยื่นเอกสาร-ตรวจร่างกาย-รับบัตร ไม่ได้ ต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่ง

 

ใบขับขี่หมดอายุ โทษมีอะไรบ้าง?

การใช้รถโดยมีใบอนุญาตขับขี่ที่สิ้นอายุการใช้งานแล้วถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยผู้กระทำความผิดจะต้องเผชิญกับค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

หากละเลยการชำระค่าปรับจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง? 

เมื่อได้รับใบสั่งแล้วไม่ดำเนินการจ่ายเงินภายในกำหนดเวลา จะเกิดปัญหาต่อเนื่องหลายประการ ได้แก่:

  1. ไม่สามารถต่อทะเบียนภาษีรถยนต์ได้ 

    • ระบบของกรมขนส่งจะตรวจพบประวัติค่าปรับค้างชำระ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่ออายุภาษีรถประจำปีได้จนกว่าจะชำระหนี้ให้เรียบร้อย
  2. อาจถูกฟ้องร้องตามกระบวนการทางกฎหมาย 

    • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจดำเนินคดีกับผู้ที่เพิกเฉยต่อการชำระค่าปรับ ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายเรียกหรือการบังคับคดีตามขั้นตอนของศาล

ชำระค่าปรับกรณีใบขับขี่หมดอายุได้ที่ไหน? 

เมื่อได้รับใบสั่งค่าปรับแล้ว สามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้หลากหลายตามความสะดวก ดังนี้

  1. ชำระผ่านบริการไปรษณีย์ไทย 

ทำการส่งเงินโดยใช้ธนาณัติหรือดร้าฟต์ธนาคาร ผ่านระบบไปรษณีย์ลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัยและมีหลักฐานการส่ง

  1. ชำระ ณ สถานีตำรวจ 

เดินทางไปชำระด้วยตนเองได้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศไทย ไม่จำกัดเขตพื้นที่ สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการดำเนินการด้วยตัวเองและได้รับใบเสร็จทันที

  1. ชำระผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ 

ใช้บริการชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือช่องทางดิจิทัลอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการรับชำระค่าปรับของภาครัฐ ประหยัดเวลาและสามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หมายเหตุ: ควรเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตรวจสอบประวัติหรือการดำเนินการต่อภาษีรถยนต์

ใบขับขี่หมดอายุ สามารถเคลมประกันภัยรถยนต์ได้ไหม? 

แม้ใบอนุญาตขับขี่จะพ้นกำหนดการใช้งานไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยยังคงรับผิดชอบค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ เนื่องจากใบขับขี่ที่หมดอายุยังถือเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเจ้าของเคยผ่านการทดสอบและได้รับสิทธิ์ในการขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน

ต้องตามกฎหมายแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น หากใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้ว ควรรีบดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เตรียมเอกสารให้พร้อม และจองคิวล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถขับรถคู่ใจได้ โดยไม่ต้องกังวลเมื่อโดนเจ้าหน้าที่เรียกตรวจหากอยากหารายได้เสริมจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็สามารถสมัคร GrabBike https://www.grab.com/th/driver/bike/ หรือจะเป็นอาชีพเสริมก็สามารถสมัคร GrabCar ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.grab.com/th/driver/drive/ 

ท้ายนี้อย่าลืมหมั่นเช็กวันหมดอายุของใบขับขี่เป็นประจำ และดำเนินการต่อภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อความอุ่นใจ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับรถบนท้องถนน

 

FAQs

Q: เอกสารที่ต้องใช้ต่อใบขับขี่หมดอายุมีอะไรบ้าง?

A: 1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง (พร้อมสำเนา 1 ฉบับ)

  1. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลฉบับเดิม ก่อนสิ้นอายุไม่เกิน 6 เดือน หรือ สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี (หากสูญหายให้แจ้งความและนำใบแจ้งความมาด้วย)
  2. ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน โดยควรระบุว่าไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตาบอดสี หรือโรคที่มีอาการไวต่อแสง
  3. หลักฐานการอบรม e-Learning จากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

Q: หากใบขับขี่หมดอายุระหว่าง 1–3 ปี สามารถอบรมออนไลน์ที่บ้านและไปสอบที่กรมขนส่งได้เลยหรือไม่?

A: สำหรับกรณีหมดอายุเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่สามารถทำการอบรมออนไลน์ (ผ่าน DLT e‑Learning) และสอบข้อเขียน (E‑exam 50 ข้อ ผ่าน 90%) จากนั้นจึงนำผลจากออนไลน์ไปต่อที่กรมขนส่งโดยไม่ต้องสอบขับจริง

 

Q: ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องทำอะไรบ้าง?

A: หากหมดอายุมากกว่า 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรม (ออนไลน์/ไม่ออนไลน์) สอบข้อเขียน และทดสอบขับจริงเหมือนการสอบใบขับขี่ใหม่ทุกกระบวนการ

 

Q: สามารถต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าได้กี่เดือน?

A: สามารถเลื่อนต่อใบล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือน (สำหรับใบเดิมแบบ 2 ปี/5 ปี) ตามกฎกรมขนส่ง

 

Q: อบรมออนไลน์ต่อใบขับขี่ควรเตรียมตัวอย่างไรให้สอบผ่านไม่ยาก?

A: แนะนำอยู่ในที่เงียบ, ใช้อุปกรณ์สัญญาณเน็ตแรง, ดูวิดีโออบรมจนจบ, จดจุดสำคัญ เช่น เครื่องหมายจราจร & กฎหมาย เนื่องจากไม่สามารถข้ามวิดีโอ และต้องผ่านคะแนนเต็ม 90%

 

Q: ถ้าใบขับขี่หมดอายุมากกว่า 1 ปี แต่ลืมต่อจนเกิน 5 ปี ต้องทำยังไง?

A: กรณีเกินกว่า 5 ปีจะต้องผ่านทุกขั้นตอนเหมือนขอใบใหม่ ทั้งอบรม, สอบข้อเขียน และทดสอบขับจริง การอบรมออนไลน์ยังสามารถใช้ได้แต่ผลอบรมมีอายุจำกัด (เช่น 6 เดือน)

 

แหล่งอ้างอิง:

ต่ออายุใบขับขี่ จากสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.)