บริการเรียกคนขับรถให้ ถึงบ้านปลอดภัย ไม่ต้องกลัวโดนเป่า

หลังสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือการเจรจาธุรกิจที่ดื่มแอลกอฮอล์จนได้ที่ จะขับรถกลับเองก็ไม่ไหว เพราะระดับแอลกอฮอล์ห้ามขับ นอกจากจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากอาการมึนเมา ความอ่อนเพลีย หรือสายตาที่พร่ามัวแล้ว ยังเสี่ยงต่อกฎหมายแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดขึ้นทุกวัน การฝืนขับรถในสภาพที่ไม่พร้อมอาจเปลี่ยนค่ำคืนแห่งความสุขให้กลายเป็นฝันร้ายตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน หรือเลวร้ายที่สุดคือการสูญเสียชีวิต ปัญหาเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย ๆ ด้วยบริการเรียกคนขับรถให้ กลับบ้านปลอดภัย หายห่วงเรื่องอุบัติเหตุ

Highlight

บริการขับรถให้ ตอบโจทย์ความสะดวก ไม่ต้องรบกวนคนอื่นมารับ

 ทำไมต้องใช้บริการขับรถกลับบ้าน

บริการขับรถให้ หรือ GrabDriveYourCar กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของการหลีกเลี่ยงด่านตรวจ แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่าและความสบายใจในหลาย ๆ ด้านที่เราอาจนึกไม่ถึง

1. ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง

เหตุผลสำคัญที่สุดของการเลือกใช้บริการรับจ้างขับรถกลับบ้าน คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะตอบสนองได้ช้าลง การตัดสินใจและการตอบสนองของเราจะช้าลงไปด้วยอย่างเห็นได้ชัด แม้จะรู้สึกว่าไหว แต่สถิติอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความมั่นใจผิด ๆ การเลือกใช้บริการขับรถให้การมีพนักงานขับรถมืออาชีพมาทำหน้าที่แทน ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เกือบ 100% คุณสามารถนั่งพักผ่อนหรือหลับไปในรถของตัวเองได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือไปเฉี่ยวชนใครระหว่างทาง กลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย

2. ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

หลายคนมองว่าค่าบริการเรียกคนขับรถให้เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่หากลองคำนวณดี ๆ ถือเป็นบริการที่มีความคุ้มค่า ช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ หากคุณฝืนขับแล้วโดนด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ค่าปรับทางกฎหมายเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาท ยังไม่รวมค่าประกันตัว ค่าทนาย หรือกรณีร้ายแรงถึงขั้นจำคุกและถูกพักใบอนุญาตขับขี่ หรือหากเกิดอุบัติเหตุ ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยคู่กรณี อาจสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท การจ่ายค่าบริการหลักร้อยหรือหลักพันต้น ๆ จึงถือเป็นการซื้อความเสี่ยงที่คุ้มค่าในระยะยาว

3. สะดวกสบาย ไม่ต้องรบกวนเพื่อนมารับ

หมดปัญหาความเกรงใจที่ต้องโทรตามเพื่อน แฟน หรือคนในครอบครัวให้ออกมารับกลางดึก หรือต้องทิ้งรถไว้ที่ร้านแล้วนั่งแท็กซี่กลับ ซึ่งทำให้วันรุ่งขึ้นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายย้อนกลับมาเอารถอีก การใช้บริการขับรถให้ ช่วยให้คุณนำรถกลับไปจอดที่บ้านได้พร้อม ๆ กับคุณเลย ตอบโจทย์คนที่รักรถและต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อนของคนรอบข้าง แถมยังเป็นวิธีจัดการปัญหาที่รับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

 

บริการเรียกคนขับรถให้ เอาใจคนดื่มหนัก ขับรถกลับเองไม่ไหวมีอะไรบ้าง 

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการรับจ้างขับรถกลับบ้านหลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันยอดฮิต หรือบริการทางเลือกอื่น ๆ ซึ่ง Grab เองก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้เปิดตัวบริการที่ออกแบบมาเพื่อนักดื่มโดยเฉพาะ

1. GrabDriveYourCar (แกร็บไดรฟ์ยัวร์คาร์)

เรียกคนขับรถให้ จาก GrabDriveYourCar สะดวกรวดเร็ว

GrabDriveYourCar คือบริการขับรถให้จากพนักงานขับรถมืออาชีพผ่านแอปพลิเคชัน Grab ที่จะเดินทางมาขับรถของคุณไปส่งถึงจุดหมายปลายทาง เป็นบริการที่ได้รับความนิยมสูงเพราะเรียกใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชันเดียวกับที่ใช้เรียกรถโดยสาร พนักงานขับรถทุกคนผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม รวมถึงได้รับการอบรมมารยาทและการขับขี่ปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ในมาตรฐานการบริการ

  • วิธีเรียกใช้
    • เปิดแอปพลิเคชัน Grab
    • เลือกหมวดหมู่ GrabDriveYourCar
    • ปักหมุดโลเคชันที่ต้องการ
    • Booking Drive Your Car ระบบจะค้นหาคนขับที่อยู่ใกล้ที่สุด
  • ราคา : เริ่มต้น 340 บาทใน 5 กิโลเมตรแรก
  • ข้อดี : บริการ​ Drive Your Car นั้นมีความสะดวก รวดเร็ว เรียกได้ 24 ชั่วโมง มีระบบติดตามการเดินทางแบบ Real-time แชร์ให้คนอื่นดูได้ และมีประกันคุ้มครองอุบัติเหตุเบื้องต้น
  • ข้อเสีย : อาจหาคนขับยากในบางพื้นที่ที่ห่างไกล หรือในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงมาก ๆ

2. บริการแท็กซี่ทั่วไป

เรียกบริการแท็กซี่ทั่วไป

การทิ้งรถไว้ที่ร้านแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เป็นวิธีที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ เพราะง่ายเหมาะสำหรับคนที่ตัดสินใจดื่มหนักแบบกะทันหันและไม่ได้วางแผนเรียกรถขับให้ล่วงหน้า หรือในกรณีที่ไม่ห่วงเรื่องต้องกลับมาเอารถในวันรุ่งขึ้น แม้จะเรียกได้ง่ายโดยเฉพาะในตัวเมือง แต่อาจต้องแลกมาด้วยความลำบากในวันถัดไปที่ต้องหาวิธีเดินทางกลับมาเอารถ และอาจมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากนั่งแท็กซี่คนเดียวในสภาพเมาจนไม่ได้สติ และไม่มีเพื่อนร่วมทาง

  • วิธีเรียกใช้ : โบกเรียกตามริมถนน หรือใช้แอปพลิเคชัน
  • ราคา : ราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง เริ่มต้น 35 บาทตามมิเตอร์
  • ข้อดี : หารถง่าย มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่งถึงหน้าบ้านไม่ต้องเดินต่อ
  • ข้อเสีย : ต้องเสียเวลามาเอารถวันรุ่งขึ้น และเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากเมาหนักจนไม่ได้สติ บางครั้งอาจถูกเรียกเก็บในราคาเหมา

3  ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน/ครอบครัว

นั่งแท็กซี่กลับบ้าน ทางเลือกง่ายแต่เสี่ยงความปลอดภัยหากเมาหนัก

การโทรหาเพื่อนหรือคนในครอบครัวให้มารับ แม้จะเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย แต่ต้องรบกวนเวลาผู้อื่นในช่วงเวลากลางดึก ซึ่งอาจจะต้องคำนึงถึงความพร้อมของอีกฝ่าย คุณอาจต้องรอนานหากพวกเขาอยู่ไกล หรืออาจเป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเขา ยิ่งถ้าเป็นงานเลี้ยงเลิกดึก การโทรปลุกคนทางบ้านอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก วิธีนี้จึงเหมาะกับการนัดแนะกันล่วงหน้ามากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

  • วิธีเรียกใช้ : โทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือโดยตรง หรือนัดแนะกันไว้ก่อน
  • ราคา : ไม่มีค่าบริการ
  • ข้อดี : ปลอดภัยที่สุด ดูแลกันได้เต็มที่ และประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ข้อเสีย : รบกวนเวลาพักผ่อนของผู้อื่น และอาจต้องรอนานหากคนมารับอยู่ไกล

4. ขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้า

นั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน ทางเลือกประหยัดและปลอดภัยสำหรับคนดื่มย่านเมือง

หากเลือกดื่มร้านย่านใจกลางเมืองที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT และงานเลิกก่อนเวลาเที่ยงคืน การใช้รถไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและประหยัด อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าหลายเส้นทางให้บริการ ที่สำคัญคุณสามารถรถค้างคืนไว้ แล้วนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านได้ 

  • วิธีเรียกใช้ : ซื้อตั๋วที่สถานี หรือใช้บัตรเติมเงิน/บัตรเครดิตแตะเข้าสถานี
  • ราคา : เริ่มต้นสถานีละ 17 บาท และจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนสถานีหรือกิโลเมตรที่เดินทาง
  • ข้อดี : เดินทางได้ง่าย ไม่ต้องเจอรถติดและปลอดภัยจากการนั่งรถกับคนแปลกหน้า 
  • ข้อเสีย : มีเวลาให้บริการจำกัด ให้บริการรอบสุดท้ายถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น และอาจต้องต่อรถหลายต่อ หากบ้านไม่ได้อยู่ติดสถานีสายหลัก

5. ใช้บริการรถเมล์

นั่งรถเมล์กลับบ้านไม่เหมาะกับคนเมาหนักเพราะเสี่ยงอันตรายและรอนาน

การใช้บริการขนส่งสาธารณะด้วยรถเมล์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการกลับบ้านที่สะดวก ประหยัด โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านอยู่ในเส้นทางเดินรถเมล์ที่วิ่งตลอดคืน การนั่งรถเมล์กลับก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการเมามาก เพราะการทรงตัวบนรถเมล์หรือการรอรถที่ป้ายเปลี่ยว ๆ อาจไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ รถเมล์กะสว่างมักจะรอนานและมีเส้นทางจำกัด เหมาะสำหรับคนที่มีสติครบถ้วน

  • วิธีเรียกใช้ : รอที่ป้ายรถเมล์ สามารถเช็กรอบรถเมล์ได้ที่แอปพลิเคชัน Via Bus
  • ราคา : ราคาขึ้นอยู่กับประเภทของรถเมล์ เริ่มต้นเที่ยวละ 8 บาท
  • ข้อดี : ราคาถูกที่สุด และบางเส้นทางมีรถวิ่งตลอดคืน
  • ข้อเสีย : รถรอนาน เส้นทางจำกัด และไม่ปลอดภัยหากต้องรอรถในที่เปลี่ยวขณะมึนเมา

ตารางเปรียบเทียบ 5 บริการ

บริการ ราคาเริ่มต้น ช่วงเวลา ข้อดีเด่น เหมาะกับ
GrabDriveYourCar 340 บาท (5 กม. แรก) 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว มีประกันคุ้มครอ
และติดตาม Real-time ได้
คนรักรถที่ต้องการเอารถกลับบ้านด้วยทันที
และต้องการความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย
แท็กซี่ทั่วไป 35 บาท (ตามมิเตอร์) 24 ชั่วโมง หารถง่าย มีบริการตลอดเวลา
ส่งถึงหน้าบ้าน
คนที่ตัดสินใจดื่มกะทันหัน ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า และไม่ห่วงเรื่องต้องมาเอารถวันรุ่งขึ้น
เพื่อน/ครอบครัว ไม่มีค่าบริการ ตามตกลง ปลอดภัยที่สุด ดูแลกันได้เต็มที่ และประหยัดค่าใช้จ่าย คนที่นัดแนะกันไว้ล่วงหน้า
หรือมีคนพร้อมสแตนด์บายมารับ
รถไฟฟ้า (BTS/MRT) 17 บาท ถึงเที่ยงคืน รวดเร็ว ไม่ต้องเจอรถติด ปลอดภัยไม่ต้องนั่งกับคนแปลกหน้า คนที่ดื่มในย่านใจกลางเมือง เลิกดื่มเร็ว (ก่อนเที่ยงคืน) และเน้นความประหยัด
รถเมล์ 8 บาท ตลอดคืน(บางสาย) ราคาถูกที่สุดในทุกตัวเลือก คนที่บ้านอยู่ในเส้นทางเดินรถ
มีงบจำกัด และยังมีสติครบถ้วน

เคล็ดลับก่อนใช้บริการขับรถกลับบ้าน มีอะไรบ้าง

เคล็ดลับก่อนใช้บริการขับรถกลับบ้าน มีอะไรบ้าง

เพื่อให้การใช้บริการขับรถให้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย มีขั้นตอนการเตรียมตัวง่าย ๆ ที่คุณควรทำก่อนส่งมอบกุญแจรถให้กับพนักงานขับรถ การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง และทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารถสุดที่รักจะถึงบ้านอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน

1. เช็กสภาพรถก่อนส่งมอบ

ก่อนที่พนักงานขับรถจะเริ่มออกเดินทาง ควรเดินตรวจสอบสภาพรถรอบคันพร้อมกับพนักงาน ดูรอยขีดข่วน รอยบุบ หรือความเสียหายเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดหากมีริ้วรอยใหม่เกิดขึ้น และควรตรวจสอบระบบไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว เบรก และยางว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ หากมีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น เบรกตื้น หรือเครื่องยนต์มีเสียงดัง ควรแจ้งให้คนขับทราบล่วงหน้าเพื่อให้เขาขับขี่ได้อย่างระมัดระวังและถูกวิธี

2. บันทึกข้อมูลคนขับ 

แม้ว่าแอปพลิเคชันอย่าง Grab จะมีข้อมูลคนขับบันทึกไว้อยู่แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด คุณควรจดจำหรือแคปหน้าจอข้อมูลของคนขับไว้ ทั้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขทะเบียนรถ (ของคนขับที่นั่งมาลง) และเบอร์โทรศัพท์ ส่งให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทได้รับรู้ว่าคุณกำลังกลับบ้านด้วยบริการนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือติดต่อคุณไม่ได้ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการติดตามตัว

3. วางแผนล่วงหน้า 

หากรู้ตัวว่าวันนี้ต้องดื่มหนักแน่ๆ ควรวางแผนการเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ ลองกดดูราคาค่าบริการล่วงหน้าเพื่อประเมินค่าใช้จ่าย หรือจองคิวคนขับไว้ก่อนหากเป็นช่วงเทศกาลหรือวันศุกร์สิ้นเดือนที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น การวางแผนที่ดีจะช่วยให้คุณไม่ต้องยืนรอนานหรือหงุดหงิดกับการหาคนขับไม่ได้ในตอนที่อยากกลับบ้านเต็มแก่แล้ว

4. เตรียมเงินสด/วิธีชำระ 

ตรวจสอบวิธีการชำระเงินของบริการที่คุณเลือกใช้ บางแอปพลิเคชันตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติซึ่งสะดวกมาก แต่บางบริการอาจต้องจ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเงิน หากคุณเมามาก การมากดมือถือโอนเงินอาจทำได้ยากลำบากหรือเกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นการเตรียมเงินสดให้พอดี หรือผูกบัตรเครดิตไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินรวดเร็วและไม่วุ่นวายเมื่อถึงปลายทาง

5. ตรวจสอบประกันภัย

รถยนต์ของคุณควรมีประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, หรือ 3+) ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของบริการ รับจ้างขับรถกลับบ้าน ด้วยว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการรายใหญ่มักจะมีประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระดับหนึ่ง แต่การมีประกันรถยนต์ของเราเองไว้ให้อุ่นใจที่สุด และต้องแน่ใจว่ากรมธรรม์ของคุณไม่ได้ระบุชื่อผู้ขับขี่เพียงคนเดียว (ระบุชื่อ) จนทำให้คนอื่นมาขับไม่ได้

ข้อควรระวังในการใช้บริการมีอะไรบ้าง 

แม้การ เรียกคนขับรถให้ จะสะดวกสบาย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ผู้ใช้บริการควรรู้ เพื่อป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพหรือปัญหาความเข้าใจผิดต่างๆ การมีสติและรอบคอบจะช่วยให้การเดินทางของคุณปลอดภัย 100%

1. เลือกบริการที่มีความน่าเชื่อถือ

ควรเลือกใช้บริการจากบริษัทหรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก และมีระบบการคัดกรองพนักงานที่เข้มงวด หลีกเลี่ยงการจ้างคนขับรถอิสระที่ไม่มีสังกัดหรือหาได้ทั่วไปตามโซเชียลมีเดียที่ตรวจสอบประวัติไม่ได้ เพราะหากเกิดปัญหาขโมยทรัพย์สิน หรืออุบัติเหตุ คุณอาจไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้เลย การจ่ายแพงกว่านิดหน่อยเพื่อแลกกับความน่าเชื่อถือของบริษัทใหญ่ย่อมคุ้มค่ากว่าเสมอ

2. อย่าส่งมอบของมีค่าให้คนขับ

กฎเหล็กที่สำคัญคือ ห้ามทิ้งของมีค่า เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือเงินสด ไว้ในรถโดยไม่มีคนดูแล หรือฝากไว้กับคนขับเด็ดขาด ควรนำติดตัวไว้กับตนเองตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในรถ หรือหากเมามากจนดูแลไม่ไหว ควรให้เพื่อนที่ไว้ใจได้ช่วยเก็บรักษา เพราะหากของหายขึ้นมา การพิสูจน์ความจริงอาจทำได้ยากและเสียเวลา

3. ติดตามเส้นทาง

หากคุณยังพอมีสติ ควรเปิดแอปพลิเคชันนำทาง (Google Maps) ในมือถือของตัวเองควบคู่ไปด้วย เพื่อดูว่าคนขับพาไปถูกเส้นทางหรือไม่ หรือหากเผลอหลับไป ให้แชร์ Live Location ให้กับเพื่อนหรือครอบครัวไว้ เพื่อให้พวกเขาสามารถตรวจสอบตำแหน่งของคุณได้ตลอดเวลา หากรถออกนอกเส้นทางผิดปกติ คนทางบ้านจะได้โทรเช็กหรือแจ้งเหตุได้ทันท่วงที

4. แจ้งเงื่อนไขรถชัดเจน

แม้ว่ารถยนต์จะมีหลักในการขับที่คล้ายคลึงกัน แต่รถแต่ละคันมีลักษณะพิเศษ รถบางคันอาจเป็นรถแต่งซิ่ง รถโหลดเตี้ย หรือรถยุโรปที่มีระบบเกียร์ซับซ้อน หากรถของคุณมีลักษณะพิเศษที่ต้องอาศัยความชำนาญในการขับขี่ ควรแจ้งคนขับให้ทราบอย่างชัดเจนก่อนออกรถ เพื่อให้คนขับปรับตัวและขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล ปลอดภัย ไม่ทำให้รถเสียหาย

กฎหมายและบทลงโทษกรณีเมาแล้วขับ มีอะไรบ้าง

กฎหมายและบทลงโทษกรณีเมาแล้วขับ มีอะไรบ้าง  

กฎหมายไทยในปัจจุบันมีบทลงโทษที่รุนแรงมากสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับ ไม่ใช่แค่การปรับเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโทษจำคุกและการตัดสิทธิ์ทางการขับขี่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานและอนาคตของคุณได้

1. ระดับแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมาย

ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) หากเป่าแล้วเกินกว่านี้ถือว่าเมาแล้วขับทันที สำหรับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี หรือผู้ถือใบขับขี่ชั่วคราว กฎหมายจะเข้มงวดกว่ามาก โดยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 20 mg% ซึ่งเทียบเท่ากับการดื่มเบียร์เพียงไม่กี่จิบเท่านั้น หากเจอด่านตรวจแต่ไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเมา และจะมีโทษเท่ากับผู้ที่เมาแล้วขับ

2. โทษทางกฎหมาย 

โทษของการเมาแล้วขับในปัจจุบันเริ่มต้นที่จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000-100,000 บาท แต่ถ้าการเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือเสียชีวิต โทษจะรุนแรงขึ้นถึงขั้นจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ถาวร

3. ค่าใช้จ่ายที่ตามมา

นอกจากค่าปรับศาลแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ค่าประกันตัวในชั้นสอบสวน ค่าจ้างทนายความ ค่ารถลากจูง ค่าซ่อมรถของตนเอง (ประกันชั้น 1 มักไม่คุ้มครองหากผู้ขับขี่เมาแล้วขับ) และหากมีคู่กรณี คุณต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดด้วย ซึ่งอาจสูงถึงหลักล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าบริการเรียกคนขับรถให้เพียงหลักร้อย การเลือกใช้บริการขับรถให้จึงเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า

 

การใช้บริการขับรถให้ หรือรับจ้างขับรถกลับบ้านไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เป็นการวางแผนกลับบ้านที่ปลอดภัย ช่วยให้คุณสนุกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องหารขับรถกลับบ้าน หรือไม่ต้องกังวลเรื่องอุบัติเหตุ ด้วยตัวเลือกบริการที่หลากหลายอย่าง GrabDriveYourCar

นอกจากจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการแล้ว GrabDriveYourCar ยังเปิดรับสมัครสมัครคนขับเพื่อสร้างรายได้เสริม ซึ่งเป็นงานที่ไม่ต้องลงทุนมีรถยนต์เป็นของตัวเอง เพราะคุณทำหน้าที่ขับรถของลูกค้าไปส่งยังจุดหมาย รายจ่ายในการทำงานจึงแทบเป็นศูนย์เนื่องจากไม่มีค่าเชื้อเพลิงหรือค่าบำรุงรักษารถ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางหารายได้เสริมที่น่าสนใจ

 

FAQ

Q : บริกาเรียกคนขับรถให้ GrabDriveYourCar ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

A : บริการ GrabDriveYourCar มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 350 บาท โดยค่าบริการจะปรับเปลี่ยนไปตามระยะทางจริงและช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้งานสูง หากเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือกลางดึกที่มีผู้เรียกใช้บริการจำนวนมาก ราคาอาจมีการปรับเพิ่มขึ้นตามกลไกของแอปพลิเคชัน สามารถตรวจสอบราคาที่ต้องจ่ายจริงบนหน้าจอแอป Grab ก่อนกดยืนยันเรียกคนขับ

Q : อยากใช้บริการ GrabDriveYourCar เรียกรถอย่างไร?

สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน Grab แล้วเลือกบริการ “Drive Your Car” จากนั้นให้ระบุตำแหน่งที่รถจอดอยู่และจุดหมายปลายทางที่ต้องการให้ไปส่ง ระบบจะทำการคำนวณราคาและค้นหาคนขับที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ทันที 

Q : บริการ GrabDriveYourCar ใช้ในกรณีใดได้บ้าง?

บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถส่วนตัวแต่ไม่สะดวกขับเอง เช่น หลังจากดื่มแอลกอฮอล์เพื่อความปลอดภัยตามนโยบายดื่มไม่ขับ หรือในกรณีที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักจนเกรงว่าจะเกิดอาการหลับใน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ผู้ที่ต้องไปทำธุระในย่านที่หาที่จอดรถยาก โดยให้คนขับนำรถไปจอดให้ หรือใช้ในวันที่การจราจรติดขัดอย่างหนักแล้วคุณต้องการนั่งพักผ่อนหรือเคลียร์งานสำคัญแทนการขับรถด้วยตนเอง

Q : จอบริการขับรถให้ล่วงหน้าได้ไหม? 

สามารถจองบริการ GrabDriveYourCar ล่วงหน้าได้เพื่อความสะดวกในการวางแผนเดินทาง ซึ่งสามารถระบุวันและเวลาที่ต้องการให้คนขับมาถึงล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน การจองล่วงหน้าช่วยลดความกังวลเรื่องการหาคนขับไม่ได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือในกรณีที่งานเลี้ยงเลิกดึกมาก ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่าย และมั่นใจได้ว่าจะมีคนขับพร้อมสแตนด์บายดูแลคุณและรถของคุณตามเวลาที่กำหนด

Q : เรียกคนขับรถให้ต้องรอนานไหม?

ระยะเวลาในการรอคนขับขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ จำนวนคนขับที่ว่างอยู่ในพื้นที่นั้นและช่วงเวลาที่เรียกใช้บริการ หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในหรือย่านธุรกิจมักจะรอไม่นานเพราะมีคนขับหนาแน่น แต่หากเป็นช่วงคืนวันศุกร์หรือวันเสาร์ที่มีคนใช้บริการพร้อมกันจำนวนมาก ระยะเวลาการรออาจเพิ่มขึ้นได้ แนะนำให้เผื่อเวลาเรียกก่อนออกจากร้านประมาณ 15-20 นาที หรือใช้ระบบจองล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวคนขับที่นานเกินไป