อุทยานแห่งชาติผาแต้มตั้งอยู่ในอำเภอโขงเจียมและอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี โดยทอดตัวตามแนวหน้าผาริมแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนกับลาว จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอุทยานอื่นคือมีทั้งภาพเขียนสีอายุหลายพันปี เสาหินรูปทรงประหลาด น้ำตกที่ไหลลอดรู และจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่ใดในประเทศ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
บทความนี้รวม 7 พิกัดที่ควรเก็บให้ครบ โดยเรียงจากจุดที่เข้าถึงง่ายไปจนถึงจุดที่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อและค้างคืน พร้อมบอกว่าแต่ละจุดต้องเตรียมตัวแค่ไหน เพื่อให้คุณเลือกได้ว่าทริปนี้จะลุยถึงระดับไหน
Highlight
- ทำไมผาแต้มถึงเป็นจุดหมายที่สายลุยต้องมา
- 5 พิกัดที่เข้าถึงได้ด้วยรถเก๋ง
- 2 พิกัดสายลุยจริงที่ต้องเตรียมตัว
- ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมาผาแต้มมากที่สุด
- เดินทางไปอุทยานแห่งชาติผาแต้มอย่างไรให้สะดวก
- เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าอุทยาน
- ช่วงไหนที่ผาแต้มเปลี่ยนไปทั้งผืนป่า
ทำไมผาแต้มถึงเป็นจุดหมายที่สายลุยต้องมา

เหตุผลคือภูมิประเทศที่เป็นแนวหน้าผาหินทรายทอดยาวตามแม่น้ำโขง ซึ่งสร้างทั้งจุดชมวิว ถ้ำ เสาหิน และน้ำตกไว้ในพื้นที่เดียวกัน
หินทรายในพื้นที่นี้ถูกลมและน้ำกัดกร่อนมานับล้านปี จนเกิดรูปทรงที่ไม่พบในอุทยานอื่น ทั้งเสาหินที่คอดตรงกลางคล้ายดอกเห็ด และลานหินกว้างที่น้ำไหลลอดผ่านช่องกลม ขณะเดียวกันเพิงผาเหล่านี้ยังเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จึงเหลือภาพเขียนสีไว้บนผนังหิน
อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือตำแหน่งซึ่งอยู่ตะวันออกสุดของประเทศ ทำให้แสงแรกของวันมาถึงก่อนที่อื่น และเป็นที่มาของคำที่คนในพื้นที่ใช้ว่าเห็นตะวันก่อนใครในสยาม
5 พิกัดที่เข้าถึงได้ด้วยรถเก๋ง
กลุ่มนี้อยู่ในเขตที่มีถนนลาดยางถึงและเดินไม่ไกล จึงเหมาะกับผู้ที่มีเวลาวันเดียวหรือมากับครอบครัว
1. ผาแต้มและภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์

พิกัดหลักที่เป็นที่มาของชื่ออุทยาน คำว่าแต้มในภาษาถิ่นหมายถึงการวาดหรือการเขียน ซึ่งตรงกับสิ่งที่พบบนผนังหน้าผาแห่งนี้
ภาพเขียนสีที่พบมีอายุราวสามพันถึงสี่พันปี เขียนด้วยสีแดงจากดินเทศเป็นภาพปลาบึก คน สัตว์ ฝ่ามือ และลายเรขาคณิต รวมกันหลายร้อยภาพ ทอดยาวต่อเนื่องไปตามแนวหน้าผา จนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศ
ทางเดินชมเป็นบันไดที่ลงไปตามหน้าผาแล้วเดินเลียบไปตามแนวภาพ โดยมองออกไปเห็นแม่น้ำโขงกับฝั่งลาวตลอดทาง ควรใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงและเตรียมน้ำดื่มเพราะทางเดินไม่มีร่มเงา
- ที่อยู่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ทุกวัน 06:00–18:00 น.
2. เสาเฉลียง

กลุ่มเสาหินธรรมชาติที่อยู่ริมทางก่อนถึงจุดชมภาพเขียนสี จึงแวะได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินไกล รูปทรงที่เห็นเกิดจากการที่หินชั้นล่างซึ่งเนื้ออ่อนกว่าถูกกัดกร่อนเร็วกว่าหินด้านบน จนเหลือเป็นแท่งคอดที่รองรับก้อนหินขนาดใหญ่ไว้ด้านบนคล้ายดอกเห็ด บางต้นสูงกว่าคนหลายเท่า เป็นจุดถ่ายรูปที่คนแวะกันแทบทุกคัน
- ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ทุกวัน 06:00–18:00 น.
3. น้ำตกสร้อยสวรรค์

น้ำตกที่เกิดจากลำธารสองสายไหลมาบรรจบกันแล้วตกลงจากหน้าผาสูงพร้อมกัน จนดูคล้ายสร้อยที่ห้อยลงมา อันเป็นที่มาของชื่อ ในฤดูฝนสายน้ำจะกว้างและมีละอองฟุ้งจนรู้สึกได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงฐานน้ำตก ส่วนฤดูแล้งจะแยกเป็นสองสายชัดเจน มีทางเดินลงไปยังฐานน้ำตกที่จัดไว้และบริเวณโดยรอบเป็นป่าที่ร่มรื่น
- ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ทุกวัน 08:00–17:00 น.
4. น้ำตกแสงจันทร์

น้ำตกที่คนเรียกอีกชื่อว่าน้ำตกลงรู เพราะสายน้ำไม่ได้ไหลลงมาตามหน้าผา แต่ไหลลอดผ่านช่องกลมบนแผ่นหินด้านบนแล้วตกลงมาเป็นลำเดียวสู่โพรงด้านล่าง ซึ่งเป็นลักษณะที่แทบไม่พบที่อื่นในประเทศ
ในวันที่แดดส่องผ่านช่องในมุมที่พอดีจะเห็นลำน้ำเป็นประกายคล้ายแสงจันทร์ อันเป็นที่มาของชื่อ ช่วงที่มีโอกาสเห็นมากที่สุดคือราวเที่ยงวันที่ฟ้าเปิด ปริมาณน้ำมากที่สุดในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งอาจเหลือเพียงสายเล็ก
- ที่อยู่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ทุกวัน 08:00–17:00 น.
5. น้ำตกทุ่งนาเมือง

น้ำตกที่ไหลลงจากหน้าผาหินทรายลงสู่แอ่งด้านล่าง โดยมีป่าปกคลุมโดยรอบจนอากาศเย็นกว่าพื้นที่เปิดโล่งของอุทยานอย่างชัดเจน ผู้คนเบาบางกว่าน้ำตกสองแห่งแรกเพราะอยู่ห่างออกไปและต้องเดินเข้าไปมากกว่า เหมาะกับผู้ที่อยากได้ความเงียบ ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับฤดูอย่างชัดเจน ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
- ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ทุกวัน 08:00–17:00 น.
2 พิกัดสายลุยจริงที่ต้องเตรียมตัว
สองพิกัดนี้คือเหตุผลที่คนเรียกผาแต้มว่าเป็นที่ของสายลุย เพราะรถเก๋งเข้าไม่ถึงและส่วนใหญ่ต้องค้างคืน
6. ดงนาทาม

พื้นที่ป่าและลานหินทางตอนเหนือของอุทยาน ซึ่งเป็นจุดที่รวมทุกอย่างที่ผาแต้มมีไว้ด้วยกัน ทั้งเสาหินรูปทรงแปลกตาที่กระจายอยู่ทั่วลาน จุดชมวิวริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นแม่น้ำโขงกับฝั่งลาว และทุ่งดอกไม้ดินที่บานในช่วงปลายฤดูฝน
การเข้าถึงต้องนั่งรถท้องถิ่นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไป เพราะเส้นทางเป็นทางดินที่สมบุกสมบันโดยเฉพาะหลังฝนตก ส่วนใหญ่เป็นทริปค้างคืนเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันถัดไป ต้องติดต่ออุทยานล่วงหน้าและเตรียมเต็นท์หรือจองที่พักของอุทยาน
- ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ติดต่ออุทยานล่วงหน้า
7. ผาชะนะได

หน้าผาที่อยู่ในพื้นที่ดงนาทามและเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่ใดในประเทศไทย เพราะอยู่ตะวันออกสุดของแผ่นดิน ผู้ที่ขึ้นมาถึงก่อนฟ้าสางจะได้เห็นแสงแรกของวันขึ้นมาจากแนวเขาฝั่งลาวที่อยู่อีกฟากของแม่น้ำโขง
จุดนี้ต้องเดินเท้าต่อจากจุดที่รถจอดในดงนาทาม และต้องออกเดินตั้งแต่ก่อนตีห้าจึงจะทัน จึงเป็นพิกัดที่หนักที่สุดในอุทยานและเหมาะกับผู้ที่พร้อมค้างคืนจริง แต่เป็นจุดที่ผู้ที่เคยไปมักบอกว่าคุ้มที่สุด ควรเตรียมไฟฉายคาดหัวและเสื้อกันหนาวเพราะอากาศเช้ามืดบนหน้าผาเย็นกว่าที่คิด
- ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
- พิกัด Google Maps
- เวลาเปิด–ปิด ติดต่ออุทยานล่วงหน้า
ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมาผาแต้มมากที่สุด
แต่ละพิกัดในอุทยานมีช่วงที่ดีที่สุดต่างกัน จึงควรเลือกจากสิ่งที่ตั้งใจไปดูเป็นหลัก
ตุลาคมถึงพฤศจิกายน คือช่วงที่ทุ่งดอกไม้ดินในดงนาทามบานพร้อมกันเป็นพรมสีม่วงและเหลือง ทั้งดุสิตา สร้อยสุวรรณา และมณีเทวา ซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อปี อากาศช่วงนี้เริ่มเย็นและป่ายังเขียวจากฤดูฝน จึงเป็นช่วงที่คุ้มที่สุดสำหรับสายลุย
ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบายและฟ้าเปิดที่สุด เหมาะกับการเดินชมภาพเขียนสีซึ่งเป็นทางเดินกลางแดด และเป็นช่วงที่โอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดที่ผาชะนะไดสูงที่สุด ข้อแลกเปลี่ยนคือน้ำตกมีน้ำน้อยลงมาก
มิถุนายนถึงกันยายน เป็นฤดูฝนที่น้ำตกทุกแห่งมีน้ำเต็มที่ โดยเฉพาะน้ำตกแสงจันทร์ที่เห็นสายน้ำลอดรูได้ชัด ข้อแลกเปลี่ยนคือเส้นทางไปดงนาทามเป็นทางดินที่ลื่นและอาจเข้าไม่ได้ จึงควรตรวจสอบกับอุทยานก่อนทุกครั้ง
เดินทางไปอุทยานแห่งชาติผาแต้มอย่างไรให้สะดวก
คู่มือการเดินทางฉบับย่อสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ และไม่สะดวกขับรถเอง
เดินทางถึงอุบลราชธานี บินลงที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี (UBP) ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 10 นาที และสนามบินอยู่ในเขตเมืองจึงเข้าตัวเมืองได้ใน 15 นาที ส่วนรถไฟสายอีสานใต้ใช้เวลาราว 9 ถึง 12 ชั่วโมง และรถโดยสารจากหมอชิตราว 10 ชั่วโมง
จากตัวเมืองไปอุทยาน นี่คือจุดที่ต้องวางแผน เพราะอุทยานอยู่ที่อำเภอโขงเจียมซึ่งห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีราว 80 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 1 ชั่วโมง 30 นาที และไม่มีรถโดยสารประจำทางเข้าถึงภายในอุทยาน
ทางเลือกที่เหมาะที่สุด แนะนำให้เช่ารถหรือนัดหมายรถแบบเหมาวันจากตัวเมือง โดยเฉพาะหากตั้งใจไปดูพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งต้องออกตั้งแต่ตีสี่ ส่วนในเขตเมืองอุบลราชธานีและการเดินทางจากสนามบินหรือสถานีรถไฟ เรียกรถผ่านแอปพลิเคชันแกร็บได้ ซึ่งช่วยให้ระบุจุดรับส่งได้ชัดเจนและทราบค่าโดยสารก่อนกดเรียก
เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าอุทยาน
อุทยานนี้มีทั้งจุดที่เดินสบายและจุดที่หนักจริง การเตรียมตัวจึงต่างจากการไปเที่ยวทั่วไป
ติดต่อล่วงหน้าสำหรับดงนาทามและผาชะนะได สองจุดนี้ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อของผู้ประกอบการในพื้นที่และควรจองที่พักหรือลานกางเต็นท์ไว้ก่อน เพราะไม่สามารถขับรถส่วนตัวเข้าไปเองได้
เตรียมรับมือแดดและความร้อน ทางเดินชมภาพเขียนสีและลานหินเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ไม่มีร่มเงาเลย ควรสวมหมวก แว่นกันแดด และเตรียมน้ำดื่มไปเอง เพราะร้านค้ามีเฉพาะบริเวณที่ทำการ
รองเท้าที่เหมาะสม หลายจุดเป็นลานหินและบันไดลงหน้าผา จึงควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะดี หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะโดยเฉพาะในฤดูฝนที่หินลื่น
ระวังขอบหน้าผา จุดชมวิวหลายแห่งไม่มีราวกั้นตลอดแนว ควรอยู่ในระยะปลอดภัย ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และไม่ปีนออกไปนอกพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อถ่ายภาพ
ไม่สัมผัสภาพเขียนสี ภาพมีอายุหลายพันปีและเสียหายได้ง่ายจากไขมันบนมือ จึงควรชมจากระยะที่กำหนดและไม่แตะผนังหิน
ช่วงไหนที่ผาแต้มเปลี่ยนไปทั้งผืนป่า
แกร็บคัดช่วงเวลาน่าไปลอง (Unseen Moment) ที่ทำให้เห็นอุทยานในสภาพที่ต่างจากเดือนอื่นโดยสิ้นเชิง
ฤดูดอกไม้ดินบานที่ดงนาทาม เกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนราวเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน เมื่อฝนเริ่มซาแต่ดินบนลานหินยังชุ่มน้ำ พืชกินแมลงและไม้ดอกขนาดเล็กที่เติบโตได้ในดินตื้นจะบานพร้อมกันทั่วลานหินจนกลายเป็นพรมสีม่วงและเหลือง สิ่งที่ทำให้ช่วงนี้พิเศษคือเป็นปรากฏการณ์ที่กินเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์และขึ้นอยู่กับปริมาณฝนของแต่ละปี บางปีจึงบานมากและบางปีบานน้อย ผู้ที่ตั้งใจมาควรสอบถามสถานการณ์กับอุทยานก่อนเดินทาง
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มให้คุ้มที่สุดคือการตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะลุยถึงระดับไหน ในทางปฏิบัติ ผู้ที่มีเวลาวันเดียวควรเก็บห้าพิกัดแรกซึ่งเข้าถึงได้ด้วยรถเก๋งและเดินไม่ไกล ส่วนผู้ที่ตั้งใจไปดงนาทามกับผาชะนะไดควรกันเวลาไว้สองวันหนึ่งคืนและติดต่ออุทยานล่วงหน้า เพราะเป็นคนละระดับของการเตรียมตัว
ด้านการเดินทาง แกร็บพร้อมอำนวยความสะดวก ทั้งเส้นทางจากท่าอากาศยานอุบลราชธานีเข้าตัวเมือง และการเดินทางในเขตเมืองก่อนออกไปยังอำเภอโขงเจียม ดาวน์โหลดแอป Grab ไว้ก่อนออกเดินทาง จากนั้นจึงเรียกรถไปยังจุดหมายถัดไปได้ทันที
FAQs
Q: เที่ยวใน 77 จังหวัด ใช้โค้ด Grab อะไรรับส่วนลดได้บ้าง?
A: สำหรับการเที่ยวทั้ง 77 จังหวัด สามารถใช้โค้ด “GRABGUIDE” รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ โดยสิทธิ์และเงื่อนไขการใช้ส่วนลดเป็นไปตามที่ Grab กำหนด
Q: โค้ดส่วนลดใช้กับบริการ Grab อะไรได้บ้าง?
A: สามารถใช้โค้ดกับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ ได้แก่ GrabTransport, GrabFood, GrabMart และ GrabExpress (ยกเว้น GrabTaxi) โดยใช้บริการและใส่โค้ดผ่านแอปพลิเคชัน Grab
Q: ใช้โค้ดส่วนลดได้ถึงเมื่อไหร่
A: โค้ด “GRABGUIDE” สามารถใช้รับส่วนลดได้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ Grab กำหนด เริ่มตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 เวลา 23.59 น.
