ระบบ POS คืออะไร? รู้จัก 6 ประเภท และเหตุผลที่ร้านค้าต้องมี

เคยไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหาร แล้วเห็นพนักงานกดรายการบนหน้าจอแล้วพิมพ์ใบเสร็จออกมาได้ทันทีหรือเปล่า นั่นคือระบบ POS ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง หลายคนอาจเคยเห็นเครื่อง POS อุปกรณ์คิดเงินหน้าร้านธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วระบบ POS เป็นมากกว่าเครื่องคิดเลขทั่วไป เพราะมันคือระบบบริหารจัดการร้านค้าแบบครบวงจรในที่เดียว ในยุคที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้ทั้งหน้าร้าน และออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง GrabMart การมีระบบ POS ที่ดีจะช่วยให้จัดการออเดอร์ได้ลื่นไหล ไม่ตกหล่น และขยายยอดขายได้ง่ายขึ้น วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ POS ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท และมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างไรบ้าง

Highlight

 ระบบ POS คืออะไร ทำไมร้านค้ายุคใหม่ต้องมี

ระบบ POS คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง? 

ระบบ POS (Point of Sale) แปลตรง ๆ ว่า “จุดขาย” ซึ่งหมายถึงจุดที่เกิดการซื้อขาย และชำระเงิน เป็นเครื่องมือที่พบได้ทั้งในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าทั่วไป โดยทำหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การคิดเงิน ออกใบเสร็จ ตรวจสต็อก เก็บข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงสร้างรายงานยอดขาย ประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์

ซอฟต์แวร์ POS สมองที่ขับเคลื่อนทุกอย่างในร้าน

ซอฟต์แวร์ (Software) คือโปรแกรม หรือแอปพลิเคชัน (Application) ที่ทำหน้าที่เก็บ และประมวลผลข้อมูลทั้งหมดของร้าน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขาย สต็อกสินค้า ข้อมูลสมาชิก ยอดใช้จ่ายสะสม และรายงานกำไร – ขาดทุน ข้อมูลส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะถูกจัดเก็บบนระบบคลาวด์ (Cloud) ทำให้เจ้าของร้านดูข้อมูลสำคัญได้จากทุกที่ตลอดเวลา

ฮาร์ดแวร์ POS อุปกรณ์หน้าร้านที่จับต้องได้

เครื่อง POS คือ ชุดอุปกรณ์ทางกายภาพที่ทำงานร่วมกันในหน้าร้าน ได้แก่ ตัวเครื่องประมวลผล จอภาพสัมผัส (Touchscreen) เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ เครื่องสแกนบาร์โค้ด ลิ้นชักเก็บเงิน และจอแสดงราคาสำหรับลูกค้า ร้านค้าสมัยใหม่อาจใช้แท็บเล็ต (Tablet) หรือสมาร์ทโฟน (Smartphone) ทำหน้าที่แทนเครื่อง POS แบบตั้งโต๊ะก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดและความต้องการของธุรกิจ

ระบบ POS คืออะไร มีกี่ประเภท รู้จัก POS 6 แบบที่ธุรกิจนิยมใช้

ระบบ POS มีกี่ประเภท? รู้จัก 6 แบบที่ธุรกิจนิยมใช้ 

ระบบ POS ไม่ได้มีแบบเดียว แต่มีหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของธุรกิจ แต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อควรพิจารณาที่แตกต่างกัน

POS แบบดั้งเดิม / ตั้งโต๊ะ (Legacy / On-premise Terminal) 

POS รูปแบบที่คุ้นตาที่สุด ติดตั้งถาวรที่เคาน์เตอร์และเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของร้านเอง 

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ร้านค้า และร้านอาหารขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีพื้นที่ติดตั้งชัดเจน เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ หรือภัตตาคาร
  • จุดเด่น: ใช้งานได้ครบทุกฟีเจอร์ รองรับฮาร์ดแวร์ได้หลากหลาย และทำงานต่อเนื่องได้แม้ในช่วงอินเทอร์เน็ตขัดข้อง
  • ข้อควรพิจารณา: ค่าติดตั้งและบำรุงรักษาสูง ยืดหยุ่นน้อยกว่าระบบคลาวด์ และยากต่อการขยายสาขา

Cloud POS (ระบบคลาวด์)

ย้ายข้อมูลทั้งหมดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ เจ้าของร้านจึงเปิดดูยอดขายจากที่ไหนก็ได้

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ร้านค้าทุกขนาดที่ต้องการเรียกดูข้อมูลยอดขายได้จากทุกที่ทุกเวลา
  • จุดเด่น: อัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เข้าถึงรายงานผ่านมือถือได้ทันที ค่าเริ่มต้นต่ำ และอัปเกรดระบบได้ง่าย
  • ข้อควรพิจารณา: ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการทำงาน

Mobile POS / mPOS (บนมือถือ) 

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นเครื่องคิดเงิน เหมาะกับร้านที่ต้องย้ายที่ขายบ่อย 

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ธุรกิจขนาดเล็ก ร้านตลาดนัด ร้านป็อปอัป (Pop-up Store) หรือการขายในงานอีเวนต์
  • จุดเด่น: พกพาสะดวก ติดตั้งง่าย ต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ
  • ข้อควรพิจารณา: ฟีเจอร์อาจไม่ครบถ้วนเท่าระบบ POS แบบเต็มรูปแบบ

Tablet POS (บนแท็บเล็ต/iPad) 

ทางสายกลางระหว่างเครื่องตั้งโต๊ะกับมือถือ ได้จอใหญ่แต่ยังยกเดินรับออเดอร์ถึงโต๊ะได้

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าขนาดกลางที่ต้องการความคล่องตัวในการให้บริการลูกค้า
  • จุดเด่น: หน้าจอใหญ่กว่าสมาร์ทโฟน เชื่อมต่อฮาร์ดแวร์เสริมได้ดี รองรับสินค้าคงคลังจำนวนมาก และใช้งานได้ง่าย
  • ข้อควรพิจารณา: ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมหากต้องการฟีเจอร์ครบ

Self-service / Self-checkout Kiosk (ตู้ชำระเงินด้วยตนเอง)

ยกหน้าที่กดออเดอร์ และจ่ายเงินไปให้ลูกค้าทำเอง ช่วยระบายคิวช่วงพีคได้เร็วขึ้นมาก

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ร้านฟาสต์ฟู้ด (Fast Food) และธุรกิจที่มีลูกค้าหนาแน่น
  • จุดเด่น: ลูกค้าสั่งและชำระเงินเองได้ ลดภาระพนักงาน และรับคิวได้รวดเร็วในชั่วโมงเร่งด่วน
  • ข้อควรพิจารณา: ค่าลงทุนสูง เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณลูกค้ามากพอจะคุ้มทุน

Online / Omni Channel POS (ออนไลน์และหลายช่องทาง)

รวมออเดอร์จากหน้าร้าน และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์มาไว้ในระบบเดียว ไม่ต้องคีย์ซ้ำหลายรอบ

  • เหมาะกับร้านแบบไหน: ร้านค้าที่ขายทั้งหน้าร้าน และออนไลน์ มีหลายสาขา หรือต้องการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอย่าง GrabMart เพื่อรับออเดอร์เดลิเวอรีควบคู่กับหน้าร้าน
  • จุดเด่น: รวมยอดขายจากทุกช่องทางในระบบเดียว เชื่อมสต็อกหน้าร้าน และออนไลน์อัตโนมัติ ลดความผิดพลาดในการจัดการออเดอร์
  • ข้อควรพิจารณา: ต้องการการตั้งค่าและบูรณาการ (Integration) ระหว่างระบบ ควรเลือกผู้ให้บริการที่รองรับแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่

ระบบ POS ช่วยร้านค้าได้อย่างไรบ้าง?

ระบบ POS ช่วยร้านค้าได้อย่างไรบ้าง?

ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายของชำ หรือร้านค้าปลีก ระบบ POS ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นในหลายด้าน

คิดเงินได้เร็วและแม่นยำมากขึ้น

เครื่อง POS คือตัวช่วยสำคัญที่ลดข้อผิดพลาดจากการคิดเงินด้วยมือ ระบบคำนวณราคา ส่วนลด และภาษีได้ถูกต้องในทันที ทำให้ลูกค้าไม่ต้องรอคิวนาน และลดปัญหาเงินทอนผิดหรือราคาคลาดเคลื่อน

จัดการสต็อกสินค้าโดยอัตโนมัติ

ทุกครั้งที่มีการขาย ระบบ POS จะหักจำนวนสต็อกให้อัตโนมัติ และแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด เจ้าของร้านไม่ต้องนับสต็อกเองทุกวัน ช่วยประหยัดเวลา และลดต้นทุนจากของเสียหายหรือสั่งของเกินความจำเป็น

รายงานยอดขายแบบเรียลไทม์

ระบบ POS สร้างรายงานให้เห็นว่าสินค้าตัวไหนขายดี เวลาไหนลูกค้าเยอะที่สุด หรือช่วงโปรโมชันไหนได้ผล ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วางแผนธุรกิจ และจัดโปรโมชันได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ระบบสมาชิก สะสมแต้ม และ CRM

POS ที่มีระบบ CRM (Customer Relationship Management) ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้า บันทึกพฤติกรรมการซื้อ และสร้างโปรโมชันตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองรับหลายช่องทางการชำระเงิน

ระบบ POS ยุคใหม่รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ ทั้งเงินสด บัตรเครดิต พร้อมเพย์ (PromptPay) และ E-Wallet ต่าง ๆ ทำให้ลูกค้าสะดวก และร้านไม่พลาดยอดขายจากลูกค้าที่ไม่พกเงินสด

จัดการหลายสาขาในระบบเดียว

สำหรับร้านที่มีหลายสาขา ระบบ POS แบบคลาวด์ช่วยให้เจ้าของร้านดูยอดขาย และสต็อกของทุกสาขาจากหน้าจอเดียว ไม่ต้องรวบรวมข้อมูลแต่ละสาขาด้วยตนเอง

เชื่อมระบบบัญชีและภาษีได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลยอดขายจาก POS สามารถส่งออกไปยังโปรแกรมบัญชีได้โดยตรง ลดความยุ่งยากในการทำบัญชีปลายเดือน และช่วยให้การยื่นภาษีถูกต้อง และแม่นยำมากขึ้น

รองรับ e-Tax Invoice และ e-Receipt

อีกเรื่องที่ร้านค้าไทยควรดูตั้งแต่ตอนเลือก POS คือความสามารถในการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ตามระบบของกรมสรรพากร เพราะโครงการลดหย่อนภาษีอย่าง Easy E-Receipt กำหนดให้ผู้เสียภาษีใช้ได้เฉพาะหลักฐานรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ใบเสร็จกระดาษใช้ไม่ได้ ร้านที่ออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้จึงมีโอกาสถูกเลือกมากกว่าในช่วงที่มาตรการเปิดใช้ ทั้งนี้ร้านต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและลงทะเบียนกับกรมสรรพากรก่อน แนะนำตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรอีกครั้ง

จะเลือกระบบ POS ให้เหมาะกับธุรกิจได้อย่างไร? 

การเลือก POS ที่ดีคือการลงทุนที่ต้องคิดรอบด้าน เพราะแต่ละร้านมีความต้องการที่ต่างกัน

ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ 

ก่อนเลือกระบบ POS ควรถามตัวเองว่าธุรกิจมีขนาดเท่าไหร่และมีกี่สาขา งบประมาณที่มีคือเท่าไหร่ ขายสินค้าหรือบริการประเภทใด มีช่องทางขายกี่ช่องทาง และทีมงานพร้อมเรียนรู้ระบบใหม่แค่ไหน นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีทีมซัพพอร์ต (Support) ที่พร้อมช่วยแก้ปัญหาได้ตลอดเวลาหรือไม่

เลือก POS ตามประเภทธุรกิจของคุณ

ร้านอาหารและคาเฟ่ควรเลือก POS ที่รองรับการสั่งผ่าน QR Code และเชื่อมต่อกับเดลิเวอรีได้ ร้านค้าปลีกทั่วไปควรเน้น POS ที่จัดการสต็อกได้ดี และรองรับสินค้าจำนวนมาก ส่วนร้านที่ขายออนไลน์ควรเลือก POS แบบ Omnichannel ที่รวมทุกช่องทางเข้าไว้ด้วยกันเพื่อจัดการออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบระบบ POS ทั้ง 6 ประเภทในตารางเดียว 

สรุปจุดเด่น และข้อควรพิจารณาของ POS ทั้ง 6 แบบไว้ในตารางเดียว เพื่อให้เทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจได้เร็วขึ้น

ประเภท เหมาะกับร้าน จุดเด่น ข้อควรพิจารณา
Legacy / Terminal ร้านขนาดกลาง-ใหญ่ ครบฟีเจอร์ ทำงานได้โดยไม่ต้องอินเทอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายสูง ยืดหยุ่นน้อย
Cloud POS ร้านทุกขนาด เรียลไทม์ เข้าถึงได้ทุกที่ ต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
Mobile POS / mPOS ธุรกิจเล็ก ตลาดนัด พกพาง่าย ต้นทุนต่ำ ฟีเจอร์จำกัด
Tablet POS ร้านอาหาร คาเฟ่ คล่องตัว หน้าจอใหญ่ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม
Self-checkout Kiosk ห้าง ร้านขนาดใหญ่ ลดภาระพนักงาน รับคิวไว ค่าลงทุนสูง
Omnichannel POS ร้านหลายช่องทาง หลายสาขา รวมทุกช่องทางในที่เดียว ต้องตั้งค่าหลายระบบ

ระบบ POS กับก้าวต่อไปของร้านคุณ

ระบบ POS เป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเจ้าของกิจการยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ล้วนได้ประโยชน์จากระบบที่ช่วยคิดเงิน จัดการสต็อก และวิเคราะห์ยอดขายได้อัตโนมัติ เมื่อมีระบบ POS ที่แข็งแกร่งแล้ว ก้าวถัดไปคือการขยายช่องทางขายออนไลน์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น 

ลองเปิดร้านบน GrabMart แพลตฟอร์มจัดส่งสินค้า และของชำที่ช่วยให้สินค้าของคุณถึงมือลูกค้าได้ไวภายใน 25 นาที เพิ่มยอดขายออนไลน์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินมาหน้าร้านเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Q: ระบบ POS ต่างจากเครื่องคิดเงินธรรมดาอย่างไร?

A: เครื่องคิดเงินทำได้แค่คำนวณ และออกใบเสร็จ แต่ระบบ POS คือ ระบบที่บันทึกข้อมูลยอดขาย ตรวจสอบสต็อก จัดการสมาชิก และสร้างรายงานได้ครบวงจร ช่วยให้เจ้าของร้านบริหารธุรกิจได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุน

Q: ร้านขนาดเล็กจำเป็นต้องมีระบบ POS ไหม?

A: จำเป็นเช่นกัน เพราะปัจจุบันมี POS แบบ Mobile หรือ Cloud ที่ค่าใช้จ่ายต่ำ และใช้งานง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการลดข้อผิดพลาดในการคิดเงิน และติดตามสต็อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q: ระบบ POS ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

A: ราคาขึ้นอยู่กับประเภท และผู้ให้บริการ ตั้งแต่แบบฟรีหรือมีค่าบริการรายเดือนต่ำสำหรับ Mobile POS ไปจนถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนสำหรับระบบ Terminal POS ครบชุด ควรเปรียบเทียบฟีเจอร์ และค่าบริการก่อนตัดสินใจ

Q: Cloud POS ต่างจาก POS แบบดั้งเดิมอย่างไร? 

A: Cloud POS จัดเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา และอัปเดตแบบเรียลไทม์ ส่วน POS แบบดั้งเดิมเก็บข้อมูลในเครื่อง และทำงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าและดูข้อมูลจากระยะไกลได้ยาก

Q: เครื่อง POS เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ไหม?

A: ได้ ระบบ POS แบบ Omnichannel สมัยใหม่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้โดยตรง ช่วยให้ออเดอร์จากทุกช่องทางเข้ามาในระบบเดียวกัน ลดความผิดพลาด และทำให้บริหารยอดขายได้ง่ายขึ้นทั้งหน้าร้าน และออนไลน์