ถ้ามอเตอร์ไซค์เริ่มสตาร์ตไม่ค่อยติด หรือรู้สึกว่าเร่งแล้วไม่มีกำลัง เครื่องยนต์อาจไม่ได้มีปัญหาใหญ่ ต้นเหตุอาจอยู่ที่ “หัวเทียน” ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มักถูกมองข้ามก็เป็นได้ อาการหัวเทียนมอเตอร์ไซค์เสื่อม สังเกตได้ไม่ยากเลย หากรู้จักสัญญาณเตือน ก็จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าซ่อมได้มาก
สำหรับไรเดอร์ GrabBike และ GrabExpress ที่ใช้รถทุกวัน อาการหัวเทียนเสื่อมอย่างสตาร์ตไม่ติดหรือเร่งไม่ขึ้น อาจทำให้พลาดงาน และเสียรายได้ได้เลย รู้ทันสัญญาณเตือนไว้ก่อน รถก็พร้อมวิ่งรับงานได้ไม่มีสะดุด ส่วนวันไหนที่รถต้องเข้าอู่ ก็ยังเรียก GrabBike Saver หรือ GrabBike Win มาใช้แทนได้ เพียงดาวน์โหลดแอป Grab แล้วเริ่มต้นการเดินทางที่ไม่มีสะดุดกัน
Highlight
- หัวเทียนมอเตอร์ไซค์คืออะไร มีบทบาทสำคัญแค่ไหนต่อเครื่องยนต์?
- หัวเทียนมอเตอร์ไซค์มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
- หัวเทียนมอเตอร์ไซค์เสื่อม มีอาการอย่างไร มีสัญญาณอะไรให้สังเกตบ้าง?
- สาเหตุที่ทำให้หัวเทียนเสื่อมเร็วกว่าที่ควร มีอะไรบ้าง?
- หัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ควรเปลี่ยนตอนไหน ดูที่ระยะทาง หรือเวลา?
- ถ้าไม่เปลี่ยนหัวเทียนทั้งที่มีอาการหัวเทียนเสื่อม จะเกิดอะไรขึ้น?
- วิธีตรวจสอบสภาพหัวเทียน และดูแลรักษาเองที่บ้านทำได้แค่ไหน?

หัวเทียนมอเตอร์ไซค์คืออะไร มีบทบาทสำคัญแค่ไหนต่อเครื่องยนต์?
หัวเทียน หรือ Spark Plug คืออุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในหัวสูบเครื่องยนต์ หน้าที่หลักของมันคือปล่อยประกายไฟในห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิดส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ ให้ลูกสูบเคลื่อนตัว และขับเคลื่อนรถต่อไปได้ หากหัวเทียนไม่ทำงานตามปกติ หรือเริ่มเสื่อม เครื่องยนต์ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวเทียนเปรียบเสมือนหัวใจของระบบจุดระเบิด ถึงจะเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์อย่างมาก โดยฉนวนของหัวเทียนในปัจจุบันนิยมใช้เซรามิกอะลูมินาที่ทนความร้อนสูง ต้านทานไฟฟ้าได้ดี และทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
อาการหัวเทียนเสื่อมในรถมอเตอร์ไซค์มักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ แสดงสัญญาณออกมาให้เห็นทีละน้อย หากสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบ และแก้ไขโดยเร็ว เพราะรถที่เร่งไม่ขึ้นหรือดับกลางทางเสี่ยงกว่าที่คิด ใครอยากปลอดภัยยิ่งขึ้น อ่านวิธีการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ปลอดภัยประกอบไว้ด้วยก็ดี
หัวเทียนมอเตอร์ไซค์มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
หัวเทียนในท้องตลาดมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งแตกต่างกันทั้งด้านวัสดุ อายุการใช้งาน และราคา ดังนี้
1. หัวเทียนทองแดง หรือนิกเกิล (Copper)
เป็นหัวเทียนแบบดั้งเดิมที่พบได้ทั่วไปในมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า หรือรุ่นราคาประหยัด ราคาไม่แพง แต่มีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ประมาณ 10,000 – 15,000 กิโลเมตร จึงต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าประเภทอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วไป และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในครั้งแรก
2. หัวเทียนแพลตตินัม (Platinum)
ใช้โลหะแพลตตินัมในการผลิตขั้วไฟ ทำให้ทนทานกว่าหัวเทียนทองแดง และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 30,000 กิโลเมตร ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยลง เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าระหว่างราคา และอายุการใช้งาน
3. หัวเทียนอิริเดียม (Iridium)
ถือเป็นหัวเทียนระดับพรีเมียมที่มีความทนทานสูงสุด อายุการใช้งานสามารถยาวนานได้ถึง 40,000 – 60,000 กิโลเมตร ราคาสูงกว่าสองแบบแรก แต่ให้ประสิทธิภาพการจุดระเบิดที่แม่นยำ และเสถียร เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถบ่อย และต้องการลดความถี่ในการเปลี่ยน
ตารางเปรียบเทียบหัวเทียนทั้ง 3 แบบ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ทองแดง / นิกเกิล (Copper) | แพลตตินัม (Platinum) | อิริเดียม (Iridium) |
| วัสดุขั้วกลาง | ทองแดงหุ้มนิกเกิล | แพลตตินัม | อิริเดียม |
| ขนาดปลายเขี้ยว | ใหญ่ ราว 2.5 มม. | ราว 0.6 – 1.1 มม. | เล็กที่สุด ราว 0.4 – 0.7 มม. |
| อายุการใช้งาน | 10,000 – 15,000 กม. | 20,000 – 30,000 กม. | 40,000 – 60,000 กม. |
| ราคาต่อหัว (โดยประมาณ) | 50 – 120 บาท | 150 – 300 บาท | 350 – 700 บาท |
| การจุดระเบิด | ใช้ได้ แต่ประกายไฟอ่อนลงเร็วเมื่อเขี้ยวสึก | นิ่งและสม่ำเสมอตลอดอายุการใช้งาน | แม่นและแรงที่สุด สตาร์ทติดง่ายแม้เครื่องเย็น |
| ความประหยัดน้ำมัน | ระดับมาตรฐาน | ดีขึ้นเล็กน้อย | ดีที่สุดในสามแบบ |
| ความทนความร้อน | ปานกลาง | สูง | สูงมาก รับรอบจัดได้สบาย |
| ความถี่ในการเปลี่ยน | บ่อย ปีละครั้งขึ้นไป | ปานกลาง | นาน ๆ ที |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | จ่ายถูกตอนซื้อ แต่รวมทั้งปีอาจไม่ได้ถูกจริง | จุดสมดุลระหว่างราคากับอายุ | จ่ายแพงครั้งเดียว แล้วลืมไปได้เลย |
| เหมาะกับใคร | ขี่ในเมืองระยะสั้น งบจำกัด รถรุ่นเก่า | ขี่ทุกวัน ไม่อยากเข้าอู่บ่อย | ขี่ไกล บิ๊กไบค์ หรือรถหัวฉีดที่ใช้งานหนัก |

หัวเทียนมอเตอร์ไซค์เสื่อม มีอาการอย่างไร มีสัญญาณอะไรให้สังเกตบ้าง?
อาการหัวเทียนเสื่อมในรถมอเตอร์ไซค์มักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะค่อย ๆ แสดงสัญญาณออกมาให้เห็นทีละน้อย หากสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
1. สตาร์ตติดยาก ต้องสตาร์ตหลายครั้ง
หนึ่งในอาการหัวเทียนเสื่อมที่เด่นชัดที่สุดคือการสตาร์ตรถที่ติดยากกว่าปกติ ต้องกดสตาร์ตหลายรอบกว่าเครื่องจะติด หรือในบางครั้งอาจต้องรอสักครู่ก่อน สาเหตุเกิดจากหัวเทียนที่ไม่สามารถสร้างประกายไฟได้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในตอนเช้าที่มีอากาศเย็น
2. เครื่องสะดุด เร่งไม่ขึ้น ออกตัวช้า ไม่มีกำลัง
รู้สึกได้ชัดเจนตอนเปิดคันเร่ง แต่รถไม่ตอบสนองหรือเร่งได้ช้ากว่าปกติมาก เครื่องทำงานสะดุดเป็นช่วง ๆ คล้ายกับว่าเชื้อเพลิงถูกจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ อาการนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพเครื่องยนต์โดยตรง
3. รอบเดินเบาไม่สม่ำเสมอ และเครื่องสั่นตอนจอดอยู่กับที่
เมื่อจอดรถ และปล่อยให้เครื่องเดินเบา หากรู้สึกว่าเครื่องสั่นผิดปกติ หรือรอบเครื่องขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่คงที่ นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการหัวเทียนเสื่อมที่ทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในบางรอบนั่นเอง
4. กินน้ำมันมากขึ้นผิดปกติ
หากพบว่าต้องเติมน้ำมันบ่อยขึ้นกว่าเดิมทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมการขับขี่ไม่ได้เปลี่ยน อาจเป็นเพราะการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อรักษากำลังขับเคลื่อนในระดับเดิม ซึ่งเป็นเหตุมาจากอาการหัวเทียนเสื่อม ควรตรวจเช็ก และเปลี่ยนหัวเทียนใหม่
5. สังเกตจากสภาพตัวหัวเทียนโดยตรง
วิธีที่แน่ใจที่สุดในการตรวจสอบอาการหัวเทียนเสื่อมคือ ถอดออกมาดูด้วยตัวเอง หากพบว่าฉนวนเซรามิกสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มีคราบเขม่าดำเกาะที่ปลายขั้วไฟ หรือขั้วหัวเทียนมีการสึกกร่อนผิดรูป นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนหัวเทียนใหม่แล้ว

สาเหตุที่ทำให้หัวเทียนเสื่อมเร็วกว่าที่ควร มีอะไรบ้าง?
นอกจากการใช้งานตามปกติที่ทำให้หัวเทียนสึกหรอไปตามเวลา ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เร่งให้หัวเทียนเสื่อมเร็วกว่าที่ควร ได้แก่
- น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ ทำให้เกิดตะกอน และเขม่าเกาะหัวเทียนหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนไฟจุดระเบิดอ่อนลง เครื่องสะดุด สตาร์ทยาก
- น้ำมันเครื่องรั่วซึมโดนหัวเทียน คราบน้ำมันเปียกเคลือบเขี้ยวไว้ ประกายไฟเลยอ่อน หรือจุดไม่ติด ที่ช่างเรียกว่าหัวเทียนบอด
- ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศไม่สมดุล น้ำมันมากไปเขม่าจะพอกจนไฟรั่ว อากาศมากไปเครื่องจะร้อนจัดจนเขี้ยวสึกเร็ว
- ตั้งระยะเขี้ยวไม่ถูกต้อง แคบไปประกายไฟเล็ก เผาไหม้ไม่หมดจด กว้างไปไฟกระโดดไม่ถึง เครื่องสะดุดและเขี้ยวสึกไว
- ขับรอบสูงหรือใช้งานหนักต่อเนื่อง ความร้อนสะสมทำให้เขี้ยวสึกเร็ว หัวเทียนหมดอายุก่อนระยะที่สเปคกำหนด
ปัจจัยพวกนี้เลี่ยงได้เกือบหมด ถ้าหมั่นดูแลรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนออกทริปไกล ๆ ลองใช้ 10 วิธีเช็ครถก่อนเดินทางไกล เป็นเช็กลิสต์คู่กันไปเลย
หัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ควรเปลี่ยนตอนไหน ดูที่ระยะทาง หรือเวลา?
หัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ควรจะเปลี่ยนตอนไหน ขึ้นอยู่กับประเภทของหัวเทียนเป็นหลัก โดยแนวทางทั่วไปมีดังนี้
- หัวเทียนทองแดง หรือนิกเกิล: เปลี่ยนทุก 10,000 – 15,000 กิโลเมตร
- หัวเทียนแพลตตินัม: ทนทานได้ถึง 20,000 – 30,000 กิโลเมตร
- หัวเทียนอิริเดียม: อายุการใช้งานยาวนานถึง 40,000 – 60,000 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเปลี่ยนหัวเทียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางอย่างเดียว ควรตรวจสอสภาพหัวเทียนทุกครั้งที่เซอร์วิสรถหรือเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซึ่งใช้หลักคิดเดียวกับการเช็คระยะตามกำหนด หากพบว่าหัวเทียนเริ่มเสื่อม ควรเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องรอครบระยะทาง และควรดูคู่มือรถของแต่ละรุ่นประกอบด้วยเสมอ
ไรเดอร์ GrabBike และ GrabExpress ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ทุกวัน ควรเช็กสภาพหัวเทียนทุก 10,000 กม. เพื่อให้รับงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด ใครยังไม่ได้สมัครเป็นไรเดอร์ Grab เตรียมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ให้พร้อม แล้วดาวน์โหลดแอปเริ่มต้นได้เลยวันนี้!
ถ้าไม่เปลี่ยนหัวเทียนทั้งที่มีอาการหัวเทียนเสื่อม จะเกิดอะไรขึ้น?
หลายคนอาจคิดว่าหัวเทียนเสื่อมเล็กน้อยยังขับได้อยู่ แต่การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดำเนินการอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก ตั้งแต่ค่าซ่อมที่เพิ่มขึ้นไปจนถึงความเสียหายที่ไม่คาดคิด
เครื่องยนต์จะทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยการจุดระเบิดที่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น และอาจทำให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น คอยล์จุดระเบิดหรือระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงพังตามมาได้ ในกรณีเลวร้ายที่สุด หัวเทียนที่เสื่อมมากอาจหลวมหรือแตกภายในห้องสูบ ซึ่งเป็นความเสียหายร้ายแรง และมีค่าซ่อมสูงมาก

วิธีตรวจสอบสภาพหัวเทียน และดูแลรักษาเองที่บ้านทำได้แค่ไหน?
ผู้ใช้รถที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายสามารถตรวจสอบสภาพหัวเทียนเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
ก่อนอื่นให้ปล่อยให้เครื่องยนต์เย็นสนิทก่อนเสมอ จากนั้นใช้ประแจไขหัวเทียนถอดออกมา สังเกตสีของฉนวนเซรามิก หากเป็นสีเบจอ่อน ๆ ถือว่าอยู่ในสภาพปกติ แต่ถ้าเป็นสีดำ หรือมีคราบเขม่าเกาะแสดงว่ามีการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ให้ตรวจดูขั้วไฟว่าสึกกร่อน หรือเสียรูปทรง หรือไม่ และวัดช่องว่างระหว่างขั้วด้วย Feeler Gauge ให้ได้ตามที่คู่มือกำหนด
การทำความสะอาดหัวเทียนด้วยแปรงลวดสามารถยืดอายุการใช้งานได้บ้าง แต่หากพบว่าขั้วสึกกร่อน หรือฉนวนแตก ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเพราะราคาหัวเทียนไม่สูง และปลอดภัยกว่าการซ่อมมาก ถือเป็นงานดูแลรถที่ทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต่างจากการทำความสะอาดหมวกกันน็อคที่ควรทำเป็นประจำอยู่แล้ว
หัวเทียนมอเตอร์ไซค์เสื่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถจัดการได้ทันเวลาหากรู้จักสัญญาณเตือน และรู้ว่าควรเปลี่ยนตอนไหน ไม่ว่าจะเป็นอาการสตาร์ตติดยาก เร่งไม่ขึ้น เครื่องสั่น หรือกินน้ำมันผิดปกติ ล้วนเป็นสัญญาณที่ควรให้ความสนใจ อย่ารอให้อาการหัวเทียนเสื่อมลุกลามจนกลายเป็นความเสียหายใหญ่ที่มีค่าซ่อมสูง
เพราะการดูแลรถให้พร้อมใช้งานคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะขับรถส่วนตัวหรือใช้เพื่อการทำงาน และรถพร้อมอย่างเดียวยังไม่พอ คนขับก็ต้องพร้อมด้วย ทั้งเรื่องกฎจราจรมอเตอร์ไซค์ที่อัปเดตใหม่ และการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ให้ไม่ขาดอายุ
หากไม่อยากกังวลเรื่องรถ ลองใช้บริการ GrabBike สำหรับเดินทางเวลาเร่งรีบ หรือ GrabExpress สำหรับส่งพัสดุขนาดเล็กที่ต้องการความรวดเร็ว ดาวน์โหลดแอป Grab วันนี้ได้ทั้ง iOS และ Android แล้วเลือกใช้บริการ GrabBike รับ-ส่งผู้โดยสาร หรือ GrabExpress ส่งพัสดุด่วนได้ทันที ไม่ต้องรอ
คำถามที่พบบ่อย
Q: หัวเทียนมอเตอร์ไซค์ทำความสะอาดแล้วใช้ต่อได้ไหม?
A: ทำความสะอาดด้วยแปรงลวดสามารถทำได้เพื่อยืดอายุชั่วคราว แต่ถ้าขั้วสึกกร่อน หรือฉนวนแตก ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเพราะราคาไม่แพง และปลอดภัยกว่ามาก
Q: ใช้หัวเทียนผิดรุ่นจะส่งผลอะไรกับเครื่องยนต์บ้าง?
A: การใช้หัวเทียนผิดสเปกอาจทำให้เครื่องร้อนเกิน จุดระเบิดผิดจังหวะ หรือเครื่องยนต์เสียหายได้ ควรเลือกใช้ตามรุ่นที่ผู้ผลิตรถกำหนดเสมอ
Q: หัวเทียนอิริเดียมคุ้มกว่าหัวเทียนทองแดงจริงไหม?
A: คุ้มในระยะยาว เพราะอายุการใช้งานยาวกว่า 3 – 4 เท่า ประสิทธิภาพการจุดระเบิดดีกว่า ช่วยประหยัดน้ำมัน และลดความถี่ในการเปลี่ยนลงได้มาก
Q: มอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งนาน ๆ ควรเช็กหัวเทียนก่อนใช้งานไหม?
A: ควรตรวจสอบก่อนเสมอ เพราะความชื้น และการไม่ได้ใช้งานนาน ๆ อาจทำให้เกิดสนิมที่ขั้วหัวเทียน และส่งผลต่อประสิทธิภาพการสตาร์ตได้
Q: ช่องว่างขั้วหัวเทียน (Gap) ที่เหมาะสมสำหรับมอเตอร์ไซค์ทั่วไปอยู่ที่เท่าไร?
A: โดยทั่วไปสำหรับมอเตอร์ไซค์ไทยอยู่ที่ประมาณ 0.6 – 0.8 มม. แต่ควรตรวจสอบจากคู่มือรถแต่ละรุ่นเพื่อความแม่นยำ เพราะแต่ละรุ่นอาจกำหนดค่าต่างกัน