แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด สตาร์ตไม่ติด แก้ยังไงได้บ้าง

ตื่นเช้ามาพร้อมจะออกไปทำงาน แต่กดสตาร์ตรถแล้วเงียบสนิท ไม่มีเสียงติดเครื่องเลยแม้แต่นิดเดียว สถานการณ์มอไซค์แบตหมดแบบนี้คือฝันร้ายของคนขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกคน และส่วนใหญ่มีต้นตอเดียวกัน คือ แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด นั่นเอง

วันนี้ Grab TH รวบรวมทุกวิธีที่แก้ปัญหาได้ทันที ตั้งแต่การสังเกตสัญญาณเตือนก่อนแบตจะหมด ไปจนถึงวิธีสตาร์ตรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการดูแลป้องกันไม่ให้เจอปัญหาซ้ำอีก

ระหว่างรอแก้ปัญหาแบต หรือต้องเดินทางด่วน กดเรียก GrabBike (มีให้เลือกทั้ง Saver และ Win) หรือ JustGrab ผ่านแอป Grab ได้เลย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องรอลุ้นวินมอเตอร์ไซค์ข้างทาง

Highlight

แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด เกิดจากอะไรได้บ้าง

แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด เกิดจากอะไรได้บ้าง? 

แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการจอดรถทิ้งไว้นานโดยไม่ได้ขับ หรือสตาร์ตเลย ทำให้แบตคายประจุไฟออกเองตามธรรมชาติจนหมด โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนที่เร่งให้กระบวนการนี้เร็วขึ้น รถที่จอดนิ่งนาน ๆ ไม่ได้มีแค่แบตที่แย่ลงนะ ขั้วหัวเทียนเองก็มีโอกาสขึ้นสนิมจนสตาร์ตยากตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้มอไซค์แบตหมดได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการลืมปิดไฟหน้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าค้างไว้หลังดับเครื่อง ระบบไดชาร์จเสียทำให้แบตไม่ได้รับการชาร์จขณะขับขี่ การใช้แบตจนครบอายุงาน (โดยทั่วไปประมาณ 2 – 3 ปี) และการติดตั้งอุปกรณ์ดัดแปลงที่ดูดไฟมากเกินกำลังแบต เช่น ไฟแต่ง ระบบเสียง หรืออุปกรณ์ชาร์จ USB

รู้ได้ยังไงว่าแบตมอเตอร์ไซค์กำลังจะหมด? 

สัญญาณของรถมอเตอร์ไซค์แบตหมด มักปรากฏให้เห็นก่อนล่วงหน้าเสมอ ถ้าสังเกตทันก็จะสามารถแก้ได้ก่อนที่สตาร์ตจะไม่ติดจริง ๆ

1. กดสตาร์ตแล้วเครื่องหมุนช้า เสียงเบาลงผิดปกติ 

กดปุ่มสตาร์ตแล้วรู้สึกว่าเครื่องหมุนช้า ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเดิม บางครั้งต้องกดหลายครั้งถึงจะติด นั่นคือสัญญาณแรกที่บอกว่าไฟในแบตเริ่มน้อยแล้ว แต่ถ้าเครื่องหมุนแรงปกติดี แค่ไม่ยอมติดสักที ให้เผื่อใจไว้ว่าต้นเหตุอาจเป็นอาการหัวเทียนเสื่อมแทนก็ได้

2. ไฟหน้า และไฟเลี้ยวหรี่ลง หรือกะพริบผิดจังหวะ 

ระบบไฟเป็นตัวชี้วัดสุขภาพแบตได้ดีมาก ถ้าสังเกตว่าไฟหน้าสว่างน้อยกว่าปกติโดยเฉพาะตอนเครื่องเดินเบา หรือไฟเลี้ยวกะพริบช้าลงผิดปกติ แสดงว่าแรงดันไฟในแบตกำลังลดลง

3. เสียงแตรเบาลงผิดปกติ 

แตรต้องอาศัยไฟจากแบตเตอรี่ในการทำงาน ถ้าเสียงแตรเบาลง หรือผิดเพี้ยนไปจากเดิม ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าแรงดันไฟในระบบอาจกำลังตก

4. มิเตอร์ หรือไฟแดชบอร์ดทำงานผิดปกติ 

โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่มีหน้าจอดิจิทัล บางครั้งตัวเลขค้าง หรือหน้าจอกะพริบ ก็เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่โดยตรง ไม่ควรมองข้ามเพราะอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้

รถมอเตอร์ไซค์แบตหมด สตาร์ตไม่ติด ต้องทำยังไง? 

เมื่อแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมดจริง ๆ แล้ว มี 4 วิธีที่ทำได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอช่าง

วิธีที่ 1: คิกสตาร์ต (สำหรับรถที่มีคันเหยียบ) 

วิธีนี้ทำได้เฉพาะรถที่มีคันเหยียบสตาร์ตเท่านั้น ลองเหยียบสัก 3 – 5 ครั้งติดกัน เพราะระบบนี้ไม่ต้องพึ่งไฟจากแบตมากนัก บางครั้งเครื่องก็ติดขึ้นมาได้เลย ข้อควรระวังคืออย่าเหยียบถี่เกินไปในทีเดียว เพราะน้ำมันจะฉีดเข้าห้องเผาไหม้มากเกินไป ทำให้สตาร์ตติดยากขึ้นกว่าเดิม และอาจเป็นผลเสียกับเครื่องยนต์ด้วย

วิธีที่ 2: พ่วงแบต (จั๊มสตาร์ต) จากรถคันอื่น 

ถ้ามีสายพ่วงแบต และมีรถคันอื่นให้ยืมไฟ ให้ต่อสายสีแดงจากขั้วบวกของแบตที่มีไฟไปที่ขั้วบวกของแบตที่หมด จากนั้นต่อสายสีดำจากขั้วลบของแบตที่มีไฟไปที่โลหะกราวด์บนตัวรถ หลังจากนั้นสตาร์ตรถที่แบตมีไฟทิ้งไว้ 1 – 2 นาที แล้วค่อยลองสตาร์ตรถที่แบตหมด วิธีนี้ได้ผลดี และใช้ได้กับรถทุกรุ่น

วิธีที่ 3: ใช้ Jump Starter หรือ Power Box 

อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ชาร์จไว้ล่วงหน้า และพกพาติดตัวได้ง่าย ต่อสายเข้ากับขั้วแบตแล้วกดสตาร์ตได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งรถคันอื่น เหมาะมากสำหรับคนที่กังวลเรื่องรถมอเตอร์ไซค์แบตหมดกลางทาง ลงทุนซื้อไว้ครั้งเดียวใช้ได้นานหลายปี

วิธีที่ 4: เข็นสตาร์ต (เฉพาะรถเกียร์ธรรมดา) 

เข็นรถให้ได้ความเร็วพอสมควรบนพื้นราบ หรือทางลาดเล็กน้อย เข้าเกียร์ 2 หรือ 3 ไว้ แล้วปล่อยคลัทช์เบา ๆ เครื่องอาจจะติดขึ้นมาได้ แต่วิธีนี้ต้องการพื้นที่ และต้องมีคนช่วยเข็น ไม่เหมาะกับการอยู่คนเดียว หรืออยู่ในพื้นที่แคบ

ทุกวิธีข้างต้นควรทำในจุดที่ปลอดภัย ห่างจากเลนรถวิ่ง โดยเฉพาะการเข็นสตาร์ตที่ต้องใช้ระยะทางพอสมควร ใครอยากทบทวนเรื่องความปลอดภัยบนถนนเพิ่ม อ่านวิธีการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ปลอดภัยต่อได้เลย

เปรียบเทียบ 4 วิธีแก้ปัญหาแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด มีอะไรบ้าง?

วิธี ใช้กับรถแบบไหน ต้องมีอุปกรณ์ ความเร็ว ข้อควรระวัง
คิกสตาร์ต รถที่มีคันเหยียบเท่านั้น ไม่ต้อง เร็ว อย่าเหยียบถี่เกินไป
พ่วงแบต (จั๊มสตาร์ต) ทุกรุ่น สายพ่วง + รถคันอื่น ปานกลาง ต่อสายให้ถูกขั้ว
Jump Starter หรือ Power Box ทุกรุ่น ต้องมีอุปกรณ์ เร็ว ต้องชาร์จไว้ล่วงหน้า
เข็นสตาร์ต เกียร์ธรรมดาเท่านั้น ต้องมีคนช่วย ช้า ไม่เหมาะอยู่คนเดียว

ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหามอไซค์แบตหมดด้วยวิธีใดข้างต้น หรือไม่มีอุปกรณ์ติดมือ แนะนำให้เรียก GrabBike หรือ JustGrab ผ่านแอป Grab เพื่อเดินทางไปหาช่าง หรือซื้ออะไหล่ได้เลยทันที

ตรวจเช็กแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเองทำได้ยังไง?

ตรวจเช็กแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเองทำได้ยังไง? 

การตรวจสอบเบื้องต้นทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ เริ่มจากสังเกตสภาพภายนอกของแบต ไม่ว่าจะเป็นคราบขาวที่ขั้ว ตัวเครื่องบวมโป่ง หรือมีกลิ่นฉุนแปลก ๆ สัญญาณเหล่านี้บ่งบอกว่าแบตมีปัญหาค่อนข้างชัดเจน

หากมีมัลติมิเตอร์ ให้วัดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วแบต แบตที่ชาร์จเต็มควรให้ค่าประมาณ 12.6 โวลต์ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่า 12.0 โวลต์แสดงว่าแบตอ่อนแล้ว และถ้าต่ำกว่า 11.5 โวลต์ ถือว่าแบตใกล้หมด และควรชาร์จ หรือเปลี่ยนโดยเร็ว นอกจากนี้ยังสังเกตได้จากพฤติกรรมรถขณะสตาร์ต เช่น เครื่องหมุนช้า หรือเสียงไม่สม่ำเสมอ ก็เป็นสัญญาณที่ควรนำแบตไปตรวจกับช่าง งานเช็กแบตแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ทำควบไปกับการเช็กรถก่อนออกเดินทางไกลในคราวเดียวได้เลย ไม่ต้องแยกรอบ 

แบตหมด กับ แบตเสื่อม ต่างกันยังไง และควรชาร์จหรือเปลี่ยนใหม่? 

ความสับสนระหว่างสองคำนี้พบได้บ่อย และการแยกแยะให้ถูกต้องจะช่วยประหยัดทั้งเงิน และเวลาได้มาก มาดูความแตกต่างของทั้ง 2 สิ่งนี้กัน

  1. แบตหมด (Battery Discharged) 

แบตหมด คือสภาพที่แบตยังอยู่ในสภาพดี แต่ไฟถูกใช้จนหมดชั่วคราว เช่น จากการจอดทิ้งไว้นาน หรือลืมปิดไฟค้างไว้ กรณีนี้แค่ชาร์จไฟกลับเข้าไปก็ใช้งานได้ตามปกติ ชาร์จประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงก็เต็ม สำหรับรถมอเตอร์ไซค์แบตหมดประเภทนี้สามารถกลับมาใช้งานได้ปกติโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแบตมาเปลี่ยนใหม่

  1. แบตเสื่อม (Battery Worn Out) 

แบตเสื่อมคือ สภาพที่เซลล์ข้างในเสื่อมสภาพถาวรจากการใช้งานมานาน ไม่ว่าจะชาร์จซ้ำกี่ครั้งก็ไม่สามารถเก็บไฟได้เหมือนเดิม สังเกตได้จากการที่ชาร์จแล้วไฟหมดเร็วผิดปกติ หรือชาร์จเสร็จแล้วยังสตาร์ตไม่ติด กรณีนี้ต้องเปลี่ยนแบตใหม่เท่านั้น

ดังนั้นสรุปง่าย ๆ คือ ถ้าแบตรถชาร์จแล้วใช้ได้ปกติ = แค่แบตหมด แต่ถ้าชาร์จแล้วยังมีปัญหาอยู่ = แบตเสื่อม ต้องเปลี่ยนใหม่นั่นเอง

ป้องกันยังไงไม่ให้มอไซค์แบตหมด หรือเสื่อมก่อนเวลาที่ควร?

ป้องกันยังไงไม่ให้มอไซค์แบตหมด หรือเสื่อมก่อนเวลาที่ควร?

การดูแลแบตเตอรี่ให้อยู่นานไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตามนี้สม่ำเสมอก็ยืดอายุการใช้งานได้มาก

  • สตาร์ตรถ และขับขี่สม่ำเสมอ อย่าจอดทิ้งไว้เกิน 2 สัปดาห์โดยไม่สตาร์ตเลย เพราะแบตจะคายประจุจนหมดเองตามธรรมชาติ
  • ปิดไฟทุกดวงก่อนดับเครื่อง และเช็กให้ชัวร์ว่าไม่มีเปิดไฟค้างไว้ เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวดูดพลังงานจากแบตระหว่างจอด
  • เลี่ยงการต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าเสริมที่ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้แบตแบกภาระเกินกำลัง และเสื่อมเร็วกว่าปกติ
  • เปลี่ยนแบตทุก 2 – 3 ปี หรือทันทีที่เริ่มมีอาการผิดปกติ
  • อย่ารอให้แบตหมดสนิทแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะอาจทำให้รถสตาร์ตไม่ติดกลางทาง แผนเดินทางพังโดยไม่ทันตั้งตัว

อีกเรื่องที่คนมักลืม คือแบตไม่ใช่ชิ้นส่วนเดียวที่เสื่อมไปตามเวลา เปลี่ยนแบตใหม่แล้วยังสตาร์ตยากอยู่ ลองย้อนไปดูอาการหัวเทียนเสื่อมด้วย หรือจับมารวมไว้ตรวจพร้อมกันตอนเช็กระยะตามกำหนด จะประหยัดทั้งเวลาและค่าแรงช่างกว่าเยอะ

แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์หมด เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะขี่รถบ่อย หรือนาน ๆ ครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสังเกตอาการก่อนล่วงหน้า และรู้วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นไว้ในมือ ไม่ว่าจะเป็นการคิกสตาร์ต พ่วงแบต หรือใช้ Jump Starter รถพร้อมแล้ว เอกสารกับความรู้ก็ต้องพร้อมด้วย ทั้งกฎจราจรมอเตอร์ไซค์ฉบับอัปเดต และการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ที่ไม่ควรปล่อยให้ขาด 

ถ้าแก้ปัญหาเองไม่ได้ในทันที และต้องเดินทางไปร้านซ่อม หรือซื้ออะไหล่ เปิดแอป Grab แล้วเรียก GrabBike หรือ JustGrab ได้เลย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องรอรถหรือเสียเวลาหาแท็กซี่ข้างทาง และถ้าต้องการส่งอะไหล่หรืออุปกรณ์เพิ่มเติม GrabExpress ก็พร้อมรับ-ส่งพัสดุถึงมือคุณโดยตรงด้วยเช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย 

Q: แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์โดยทั่วไปใช้ได้นานกี่ปี? 

A: แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 1.5 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน วิธีการดูแล และสภาพแวดล้อม หากดูแลอย่างถูกวิธีก็อาจอยู่ได้นานกว่านั้น

Q: สามารถใช้ที่ชาร์จรถยนต์ชาร์จแบตมอเตอร์ไซค์ได้ไหม? 

A: ไม่แนะนำ เพราะที่ชาร์จรถยนต์ให้กระแสไฟสูงกว่าที่แบตมอเตอร์ไซค์รับได้ อาจทำให้แบตเสียหาย หรือบวมได้ ควรใช้ที่ชาร์จที่ออกแบบมาสำหรับแบตมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ

Q: แบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ราคาประมาณเท่าไหร่?

A: ราคาแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 500 – 2,500 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ขนาด และประเภท (แบบน้ำหรือแบบแห้ง) รถรุ่นใหญ่หรือ Big Bike อาจใช้แบตราคาสูงกว่านั้น

Q: ควรเปลี่ยนแบตเอง หรือให้ช่างเปลี่ยน? 

A: การถอด – ใส่แบตมอเตอร์ไซค์ทั่วไปไม่ซับซ้อนมาก คนที่ถนัดซ่อมรถสามารถเปลี่ยนเองได้ แต่หากไม่มั่นใจหรือรถมีระบบไฟฟ้าซับซ้อน แนะนำให้ให้ช่างดำเนินการเพื่อความปลอดภัย

Q: ชาร์จแบตมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้ข้ามคืนได้ไหม?

A: ถ้าใช้เครื่องชาร์จที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ (Auto Cut-off) ก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องชาร์จธรรมดาที่ไม่มีระบบนี้ ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะอาจทำให้แบตร้อนเกิน เสื่อมเร็ว หรือเกิดอันตรายได้