#ถามแกร็บ: เก็บค่าคอมมิชชันจากร้านอาหารแล้วเงินไปไหน?

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ คุณคงเคยได้ยินข้อถกเถียงเกี่ยวกับธุรกิจการส่งอาหารเดลิเวอรี่กันมาไม่น้อย บ้างว่าเป็นการช่วยเหลือธุรกิจ F&B  แต่บ้างก็ว่าในมุมกลับกัน และเมื่อพูดถึงค่าคอมมิชชัน หลายคนมองว่าร้านอาหารต้องจ่ายค่าคอมเยอะเกินไป เราจึงอยากอธิบายเกี่ยวกับประเด็นนี้ให้คุณทราบว่า จริงๆ แล้วเงินจำนวนนั้นไปอยู่ที่ไหน

Q: แกร็บฟู้ดเก็บค่าคอมฯจากร้านอาหารเท่าไร?

ค่าคอมมิชชันสำหรับร้านอาหาร โดยทั่วไป เราจะเก็บค่าคอมฯจากร้านอาหารประมาณ 15%-30% ของมูลค่าของออเดอร์นั้นๆ ซึ่งในประเทศไทย ออเดอร์ส่วนใหญ่จะมีมูลค่าประมาณ 150-200 บาท ดังนั้น เมื่อคิดออกมา ค่าคอมโดยประมาณจะอยู่ที่ 22.5-60 บาท

Q: เงินค่าส่งเข้ากระเป๋าใคร?

พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารจะได้รับเงินค่าส่งที่คนสั่งจ่ายไปในออเดอร์นั้นๆ นอกจากนี้ Grab ยังมี Incentive (เบี้ยขยัน) เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อให้พวกเขามั่นใจได้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม
*อาจจะมีการหักค่าคอมมิชชันเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารก็ยังคงได้รับเงินมากกว่าจำนวนที่คนสั่งจ่ายไป เมื่อนำเงินสมทบและอินเซนทีฟมาคำนวณด้วย

Q: เก็บค่าคอม 25%-30% ถือว่ามากเกินไปไหม? แล้วเงินไปอยู่ที่ไหน?

เรตค่าคอมมิชชันนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารของเราจะได้รับเงินตามที่ควรจะได้รับ รวมถึงยังช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการแพลตฟอร์มสำหรับการส่งอาหารและส่งของ มาดูกันว่าเงินค่าคอมฯไปอยู่ที่ไหนบ้าง:

ตัวอย่าง

(ตัวเลขที่ใช้อาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ โดยจะคิดค่าจากคอมมิชชันที่สูงสุดอยู่ที่ 30%)

ชุดไก่ทอดมื้อกลางวัน

      • ราคารวม: 150 บ.
      • ค่าส่ง: 20 บ. (ยกตัวอย่างจากระยะการส่ง 5 กม. ทั้งนี้ค่าส่งคิดตามระยะทาง อุปสงค์และอุปทาน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้)
      • ยอดที่ลูกค้าจ่าย: 170 บ.

แล้วเงินไปไหน?

      • ให้กับร้านอาหาร: 105 บ. (70% ของออเดอร์)
      • ให้กับแกร็บ: 45 บ. (ค่าคอมมิชชัน 30%)
      • ให้กับพาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร: ประมาณ 50-60 บ. (ได้จากค่าส่ง 20 บ. รวมกับเงินสมทบจากแกร็บเพื่อให้พวกเขาได้เงินมากพอในแต่ละครั้งที่รับงาน ประมาณ 30-40 บ.)

Q: มีคนสั่งแกร็บฟู้ดเยอะขึ้นเนื่องจากต้องอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์ แบบนี้แสดงว่าแกร็บต้องได้กำไร แล้วทำไมถึงไม่ลดค่าคอมมิชชันสำหรับร้านอาหาร?

ถึงแม้ว่าจะมีคนสั่งอาหารเพิ่มขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะได้กำไร แกร็บฟู้ดยังคงไม่มีกำไรและเราได้รับเงินเพียงเล็กน้อยจากค่าคอมมิชชัน เนื่องจากเราให้เงินส่วนใหญ่ไปกับพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารเป็นการสมทบค่าส่งที่พวกเขาได้รับมา ซึ่งจุดนี้คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจของเราสามารถดำเนินไปได้อย่างสมดุลทั้งร้านอาหาร คนส่งอาหาร และลูกค้า

Q: ในช่วงล็อกดาวน์นี้ ทุกร้านอาหารต่างไม่มีลูกค้านั่งทานในร้าน ซึ่งปัญหาที่เราอยากเข้าไปช่วยมากที่สุดคือการตอบสนองความต้องการของลูกค้า แกร็บสามารถช่วยอะไรได้บ้างเพื่อให้พวกเขาสามารถรับออเดอร์ได้เหมือนเดิม หรือถ้าเป็นไปได้คือมากกว่าเดิม?

  • ทำการตลาดให้ฟรี สำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก

ด้วยวิธีการทำการตลาดที่แข็งแรงและพันธมิตรมากมาย แกร็บจะช่วยให้การสนับสนุนในการเพิ่มความรับรู้ในแบรนด์ และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของยอดขาย ผ่านทางแคมเปญ “Support Local restaurants” หรือ “สนับสนุนร้านค้าคนไทย” โดยมี 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่หนึ่ง เราได้สร้างไอคอนประเภทร้านอาหารขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “Support Local restaurants” หรือ “สนับสนุนร้านค้าคนไทย” เพื่อให้คนสามารถสนับสนุนร้านอาหารขนาดเล็กได้ทันที

ส่วนที่สอง เราได้ร่วมกับ “StarvingTime” ที่มียอดคนติดตามมากว่า 4 ล้านคน จัดทำโพสต์รีวิวอาหารประจำสัปดาห์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น

ส่วนที่สาม แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเรา เราจะให้สมาชิก BNK48 ช่วยโปรโมทและสนับสนุน Support Local restaurants ผ่านคลิปวีดีโอที่บอกวิธีการสั่ง รวมไปถึงจะช่วยเหลือร้านอาหารในท้องถิ่นอย่างไรได้บ้าง

  • การช่วยเหลือทางธุรกิจ สำหรับร้านอาหาร

แกร็บได้จัดทำเว็บไซต์ GrabFood University เพื่อให้พาร์ทเนอร์ของเราเข้าใจแพลตฟอร์มของเราได้ดีชึ้น โดยเนื้อหาจะรวมไปถึงการทำงานของแอป วิธีตรวจสอบออเดอร์ แก้ไขเมนู หรือการสร้างโปรโมชัน ซึ่ง Grab University จะสามารถเป็นแหล่งข้อมูลของคำถามที่พบบ่อย สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.grabmerchantth.com/training

  • เพิ่มยอดขายด้วยการขยายพื้นที่

เราได้ขยายรัศมีการให้บริการไกลขึ้นถึง 20 กม. ในช่วงการล็อกดาวน์นี้ เพื่อเป็นการช่วยให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารของเราสามารถเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ไกลออกไป ทั้งนี้ ค่าส่งอาจสูงขึ้นตามระยะทางที่มากขึ้น แต่มั่นใจได้ว่า ค่าส่งเหล่านั้นจะตรงไปที่กระเป๋าของพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารเพื่อชดเชยการเดินทางระยะทางที่ไกลกว่าเดิม

*ในความตั้งใจอยากช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ร้านอาหารให้เข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด เราขอแจ้งให้ทราบว่าอาจจะมีการแปลงรัศมีการให้บริการในช่วงเวลาที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ฝนตก ทั้งนี้เราทำไปเพื่อให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถรับงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

  • สภาพคล่องทางการเงิน

กระแสเงินสดคือสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งแอปพลิเคชันแกร็บนั้นเปิดให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารรับเงินที่โอนไปยังบัญชีธนาคารของพวกเขาได้ในวันถัดไป ร้านอาหารสามารถทำการตรวจสอบรายงานการขายได้จากแอปและทางอีเมลที่เราส่งให้รายวัน

Q: คุณได้เพิ่มค่าบริการหรือค่าคอมมิชชันอะไรไปบ้างหรือเปล่า?

เปล่า เราไม่ได้เพิ่มค่าบริการหรือใดๆ สำหรับแกร็บฟู้ดหลังจากมีการล็อกดาวน์ และจะไม่มีการเพิ่มตลอดช่วงโควิด-19 นี้

ค่าส่งจะต่างกันไปตามระยะทาง และ
– ลูกค้ายังสามารถเลือกสั่งจากร้านที่อยู่ใกล้ ที่มีค่าส่งถูกกว่า
– ค่าส่งที่เพิ่มขึ้น (จากระยะทางที่มากขึ้น) จะกลายเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร

หมายเหตุ: รัศมีการให้บริการที่แกร็บฟู้ดตั้งค่าเริ่มต้นไว้คือ 10 กม. แต่ในช่วงโควิด-19 เราได้ขยายออกไปเป็น 20 กม. เพื่อช่วยเหลือร้านอาหาร ทั้งนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรัศมีระยะการให้บริการในบางช่วงเวลา เช่น ฝนตก เคอร์ฟิว เพื่อให้พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารสามารถรับงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Q: มีพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารหลายคนได้แชร์ว่ารายได้ของพวกเขาได้รับผลกระทบเช่นกัน แบบนี้แปลว่าคุณจ่ายเงินให้กับพาร์ทเนอร์คนส่งอาหารน้อยลงหรือเปล่า?

ก) เราไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงค่าส่งของคนขับ ทั้งนี้ จำนวนงานที่พวกเขาได้รับในแต่ละวันจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่
ข) สำหรับอินเซนทีฟ จริงๆ แล้วเราได้เพิ่มค่าอินเซนทีฟสำหรับพื้นที่นอกเขต CBD *เป็นการชั่วคราว* เพื่อช่วยการรับงานในพื้นที่นั้นพาร์ทเนอร์

คนส่งอาหารได้รับเงินจากค่าส่งและทิปเต็ม 100% และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนคุ้มแรง ยังมีเงินสมทบจากแกร็บเพิ่มเข้าไปอีกด้วย

เราได้มีการแนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร สามารถส่งอาหารได้ง่ายขึ้น เช่น มีการรับงานแบบ batching คือการรวมออเดอร์ที่สั่งอาหารจากที่เดียวกันไปให้คนขับคนเดียว เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารได้รับงานเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยลดระยะทางที่พาร์ทเนอร์คนส่งอาหารต้องเดินทางไปได้มากถึง 40%

 

เราไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาบริการเดลิเวอรี่

เราเข้าใจดีว่าโมเดลของการบริการส่งอาหารนั้นยังไม่ถือว่าสมบูรณ์แบบ ต้นทุนสำหรับแต่ละออเดอร์ถือว่าสูง ซึ่งเรายังคงพยายามปรับปรุงโมเดลธุรกิจนี้มาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิดในประเทศไทยด้วยซ้ำ เราเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถทำให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร และแกร็บ สิ่งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมสำหรับการบริการในแต่ละออเดอร์ ให้ยั่งยืนสำหรับทุกฝ่ายในแพลตฟอร์มของเรา

เราจะยังคงพยายามรักษาความสมดุลเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งลูกค้า พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร และแกร็บ