ชุมชนริมน้ำจันทบูรคือย่านการค้าเก่าริมแม่น้ำจันทบุรีที่มีอายุกว่าสามร้อยปี ตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาลซึ่งเป็นถนนสายแรกของจังหวัด จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากย่านเมืองเก่าอื่นคือบ้านไม้และตึกแถวเกือบทั้งเส้นยังมีคนอาศัยอยู่จริง ผู้มาเยือนจึงเดินผ่านบ้านที่คนยังนั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน ไม่ใช่ฉากที่จัดไว้ให้ถ่ายรูป
บทความนี้จะพาคุณเดินย่านนี้ให้ครบตั้งแต่ต้นถึงท้ายชุมชน พร้อมบอกว่าอาคารหลังไหนควรแวะ ของกินอะไรที่หากินได้เฉพาะที่นี่ ช่วงเวลาที่ควรมา และเรื่องที่จอดรถซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนที่มาครั้งแรก
Highlight
- ทำไมชุมชนริมน้ำจันทบูรถึงเป็นย่านเก่าที่ยังมีชีวิต
- เดินชุมชนริมน้ำจันทบูรจากต้นถึงท้ายมีอะไรบ้าง
- ของกินและของฝากในตลาดจันทบูร มีอะไรน่าลอง
- ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมาเดินชุมชนริมน้ำจันทบูร
- เดินทางไปชุมชนริมน้ำจันทบูรและจอดรถที่ไหน
- มารยาทและสิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
- ช่วงไหนที่ชุมชนคึกคักที่สุด
ทำไมชุมชนริมน้ำจันทบูรถึงเป็นย่านเก่าที่ยังมีชีวิต

เหตุผลสำคัญคือย่านนี้ไม่เคยถูกทิ้งร้าง แต่ค้าขายและมีคนอยู่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคที่แม่น้ำยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก
ชุมชนแห่งนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ และเดิมชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านลุ่ม ต่อมารู้จักในชื่อย่านท่าหลวงตามท่าน้ำที่เป็นจุดขึ้นลงสินค้า สิ่งที่เรียกว่าชุมชนริมน้ำจันทบูรในวันนี้จึงเป็นการเรียกรวมสามชุมชนที่ต่อกันเป็นเส้นเดียว คือชุมชนท่าหลวง ชุมชนตลาดกลาง และชุมชนตลาดล่าง รวมระยะทางราวหนึ่งกิโลเมตร
อีกสิ่งที่ทำให้ย่านนี้ยังอยู่ในสภาพนี้ได้คือการรวมกลุ่มของคนในพื้นที่เอง โดยตั้งชมรมพัฒนาชุมชนริมน้ำจันทบูรขึ้นในปี 2553 เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมและฟื้นย่านให้กลับมามีชีวิต ผลที่ได้คือบ้านเก่าถูกซ่อมแทนการรื้อ และเจ้าของบ้านหลายรายเปิดพื้นที่ให้ใช้เพื่องานชุมชน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้มาเยือนยังเห็นทั้งบ้านที่คนอยู่และร้านค้าปนกันอยู่บนถนนสายเดียว
เดินชุมชนริมน้ำจันทบูรจากต้นถึงท้ายมีอะไรบ้าง
ทั้งย่านเป็นถนนเส้นเดียวยาวราวหนึ่งกิโลเมตร เดินจบได้ในหนึ่งถึงสองชั่วโมงแล้วแต่ว่าจะแวะมากน้อยแค่ไหน
ย่านนี้เข้าชมได้ตลอดวันโดยไม่มีค่าเข้า ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดราวเก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น และคึกคักที่สุดในวันเสาร์กับอาทิตย์ ดูเส้นทางได้ที่ Google Maps
ย่านท่าหลวง ต้นทางของชุมชน

ปลายด้านหนึ่งของชุมชนคือย่านท่าหลวง ซึ่งได้ชื่อจากท่าน้ำที่เคยเป็นจุดขึ้นลงสินค้าของเมือง อาคารช่วงนี้เป็นตึกแถวสถาปัตยกรรมจีนผสมโปรตุเกส มีซุ้มโค้งและช่องลมฉลุลายที่ยังคงรายละเอียดเดิม สลับกับเรือนไม้แบบที่เรียกว่าบ้านขนมปังขิง ซึ่งประดับลายไม้ฉลุตามชายคาและช่องลม รายละเอียดที่ควรใช้เวลาดูคือลายฉลุบนช่องลมของบ้านบางหลัง ซึ่งมีทั้งลายเครือเถาและลายรูปสัตว์แฝงอยู่
บ้านหลวงราชไมตรี

เรือนไม้ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำที่เคยเป็นบ้านของหลวงราชไมตรี คหบดีผู้มีบทบาทต่อการค้าและความเจริญของเมืองจันทบุรีในอดีต ตัวบ้านได้รับการบูรณะโดยคนในชุมชนร่วมกันระดมทุน แล้วเปิดเป็นที่พักที่ยังรักษาโครงสร้างและของใช้เดิมไว้
สิ่งที่ทำให้อาคารหลังนี้สำคัญกว่าความสวยคือเป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์ที่ทำโดยชุมชนเอง จนได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ผู้ที่ไม่ได้เข้าพักยังเดินชมส่วนที่เปิดให้ชมได้ และควรสอบถามพนักงานก่อนเข้าไปในพื้นที่ของผู้พัก
ชุมชนตลาดกลางและศาลเจ้าแม่กวนอิม

ช่วงกลางของเส้นทางคือชุมชนตลาดกลาง ซึ่งเป็นส่วนที่มีร้านค้าหนาแน่นที่สุดและมีทั้งร้านกาแฟ ร้านของสะสม และร้านขายของฝากอยู่ติดกัน แลนด์มาร์กของช่วงนี้คือศาลเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นศาลเจ้าจีนที่คนในย่านมาสักการะเป็นประจำ และเป็นหลักฐานว่าชุมชนนี้มีคนเชื้อสายจีนอยู่มาแต่เดิม
ระหว่างทางช่วงนี้ยังมีภาพวาดบนผนังบ้านหลายจุด รวมถึงภาพวาดสามมิติที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปประจำย่าน ซึ่งเป็นผลงานที่ทำร่วมกับศิลปินในพื้นที่
ชุมชนตลาดล่างและบ้านเรียนรู้เลขที่ 69

ขอบคุณรูปภาพจาก เพจ Museum Thailand
ปลายอีกด้านของชุมชนคือย่านตลาดล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเรียนรู้ชุมชนริมน้ำจันทบูร บ้านเลขที่ 69 เดิมเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ของขุนอนุสรสมบัติที่มีอายุกว่าร้อยปี ก่อนที่เจ้าของบ้านจะอนุญาตให้ใช้เป็นพื้นที่ของชุมชน
ภายในจัดแสดงภาพถ่ายเก่าขนาดใหญ่ที่บอกเล่าชีวิตในย่านนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน พร้อมข้อมูลด้านสถาปัตยกรรมของบ้านแต่ละหลัง ผู้ที่อยากเข้าใจสิ่งที่กำลังจะเดินผ่านควรแวะที่นี่ก่อน เพราะช่วยให้อ่านรายละเอียดบนตัวบ้านได้มากขึ้น เข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
อาสนวิหารฝั่งตรงข้ามและสะพานข้ามแม่น้ำ

ขอบคุณรูปภาพจาก maneechan.com
ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นที่ตั้งของอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล โบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีประวัติในพื้นที่นี้มากว่าสองร้อยปี ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมโกทิกที่มีหอคอยแหลมคู่และหน้าต่างกระจกสีซึ่งทอดสีลงบนพื้นเมื่อแสงส่องผ่าน ภายในประดิษฐานแม่พระประดับพลอยที่ใช้พลอยจากจันทบุรีนับหมื่นเม็ด
สะพานข้ามแม่น้ำเชื่อมสองฝั่งไว้ จึงเดินจากชุมชนไปโบสถ์ได้ในไม่กี่นาที และการยืนบนสะพานยังเป็นมุมที่มองเห็นแนวบ้านไม้เรียงตลอดริมน้ำได้ดีที่สุด ควรแต่งกายสุภาพและเคารพเวลาประกอบพิธีเมื่อเข้าไปในโบสถ์
ของกินและของฝากในตลาดจันทบูร มีอะไรน่าลอง
อาหารเป็นเหตุผลหลักที่คนกลับมาย่านนี้ซ้ำ เพราะหลายอย่างเป็นของเฉพาะจันทบุรีที่หากินที่อื่นได้ยาก
เส้นจันท์และอาหารพื้นถิ่น

ขอบคุณรูปภาพจาก cheewajit.com
ของกินที่เป็นตัวแทนของจังหวัดนี้คือเส้นจันท์ เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากข้าวเจ้าและมีเนื้อเหนียวนุ่มกว่าเส้นทั่วไป เมนูที่ควรลองคือเส้นจันท์ผัดปูซึ่งใช้เนื้อปูจากทะเลจันทบุรี และก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์น้ำ ในย่านนี้มีร้านที่ทำขายกันมาหลายสิบปีอยู่หลายร้าน ทั้งแบบร้านห้องแถวและแบบขายอยู่หน้าบ้าน
ขนมและของหวานท้องถิ่น

ขอบคุณรูปภาพจาก paiduaykan.com
ของหวานที่คนในย่านแนะนำต่อกันมาคือขนมไข่ ซึ่งเป็นขนมอบเนื้อนุ่มที่อร่อยที่สุดตอนออกจากเตา และมีร้านเก่าแก่ในชุมชนที่ทำขายเป็นกล่อง นอกจากนั้นยังมีของฝากที่ทำจากผลไม้ของจันทบุรี ทั้งทุเรียนกวน มังคุดกวน และผลไม้อบแห้ง ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลผลิตในจังหวัดที่ออกพร้อมกันจนขายสดไม่ทัน
ร้านกาแฟในตึกเก่า

ขอบคุณรูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
ตึกแถวหลายหลังในย่านเปิดเป็นร้านกาแฟโดยยังคงโครงสร้างและผนังเดิมไว้ บางร้านมีระเบียงหลังบ้านที่ยื่นออกไปเหนือแม่น้ำ ซึ่งเป็นมุมที่นั่งมองสายน้ำได้เงียบ ๆ และแทบไม่มีใครเดินผ่าน จุดนี้เป็นข้อดีของการมาวันธรรมดา เพราะหาที่นั่งได้ง่ายกว่าวันหยุดมาก
ช่วงเวลาไหนเหมาะกับการมาเดินชุมชนริมน้ำจันทบูร
ย่านนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปมากระหว่างวันธรรมดากับวันหยุด และระหว่างช่วงเช้ากับช่วงเย็น จึงควรเลือกจากสิ่งที่ต้องการเป็นหลัก
วันเสาร์และอาทิตย์ คือช่วงที่ร้านค้าเปิดครบและมีแผงขายของตลอดสาย เหมาะกับผู้ที่มาเพื่อกินและซื้อของฝาก ข้อแลกเปลี่ยนคือคนหนาแน่นและที่จอดรถหายากกว่าปกติ
วันธรรมดา ร้านเปิดน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ได้เห็นย่านในสภาพที่เป็นชุมชนจริงมากกว่า มีคนนั่งหน้าบ้านและเด็กวิ่งเล่นในตรอก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่วันหยุดหาไม่ได้ เหมาะกับผู้ที่มาถ่ายรูปสถาปัตยกรรมหรืออยากนั่งร้านกาแฟแบบไม่ต้องรอคิว
ช่วงเวลาในแต่ละวัน ช่วงเช้าแสงเข้าด้านหน้าบ้านและอากาศยังไม่ร้อน ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่ห้าโมงขึ้นไปเป็นเวลาที่คนในย่านออกมานั่งหน้าบ้านและร้านอาหารเริ่มเปิด จึงได้บรรยากาศที่มีชีวิตมากที่สุด
เดินทางไปชุมชนริมน้ำจันทบูรและจอดรถที่ไหน
คู่มือการเดินทางฉบับย่อสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ พร้อมทางออกของปัญหาที่จอดรถ
รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 344 หรือ 3 ระยะทางราว 245 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ตัวชุมชนอยู่ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีจึงหาไม่ยาก
รถโดยสาร มีรถออกจากสถานีขนส่งเอกมัยและหมอชิตมาลงที่สถานีขนส่งจันทบุรี ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงและมีรอบตลอดวัน จากสถานีขนส่งเข้าสู่ชุมชนใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที
เรื่องที่จอดรถ ถนนสุขาภิบาลเป็นถนนแคบและรถเข้าได้จำกัด การขับเข้าไปหาที่จอดในย่านจึงไม่สะดวก วิธีที่คนในพื้นที่แนะนำคือจอดที่ลานจอดของอาสนวิหารฝั่งตรงข้าม แล้วเดินข้ามสะพานเข้ามา ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีและได้ชมวิวริมน้ำไปด้วย
การเดินทางในพื้นที่ เรียกรถผ่านแอปพลิเคชันแกร็บได้ ซึ่งช่วยตัดปัญหาที่จอดรถออกไปทั้งหมด และระบุจุดรับส่งได้ชัดเจนว่าจะให้ลงต้นชุมชนหรือท้ายชุมชน ทำให้เดินทางเดียวจบไม่ต้องย้อนกลับมาหารถ
มารยาทและสิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
ย่านนี้เป็นที่อยู่อาศัยจริง การปฏิบัติตัวให้เหมาะสมจึงสำคัญพอกับการวางแผนเส้นทาง
ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ บ้านหลายหลังยังมีคนอาศัยและบางหลังเปิดประตูไว้ การถ่ายภาพเข้าไปในบ้านหรือถ่ายผู้คนจึงควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
ระวังทางเดินและรถจักรยานยนต์ ถนนสายหลักแคบและยังมีรถจักรยานยนต์ของคนในย่านวิ่งผ่าน จึงควรเดินชิดขอบและไม่ยืนถ่ายรูปกลางถนน
อุดหนุนร้านของคนในย่าน ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม และร้านของฝากส่วนใหญ่เป็นของคนที่อยู่ในชุมชนมาหลายรุ่น การซื้อจากร้านเหล่านี้ช่วยให้ย่านยังคงสภาพนี้ต่อไปได้
ช่วงไหนที่ชุมชนคึกคักที่สุด
แกร็บคัดช่วงเวลาน่าไปลอง (Unseen Moment) ที่เห็นย่านนี้ในสภาพที่มีชีวิตที่สุด
เย็นวันเสาร์และอาทิตย์ในชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นช่วงที่ร้านค้าเปิดครบทั้งเส้นและมีแผงขายของกินตั้งเรียงตามหน้าบ้าน บางช่วงมีการแสดงดนตรีและการละเล่นของคนในย่าน ซึ่งไม่ใช่การจัดแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวแต่เป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านทำกันเอง จุดที่ทำให้ช่วงนี้ต่างจากถนนคนเดินทั่วไปคือร้านส่วนใหญ่เป็นบ้านของคนในชุมชนที่เปิดหน้าบ้านขายเอง ไม่ใช่แผงเช่าที่ยกมาตั้ง
การเดินชุมชนริมน้ำจันทบูรให้คุ้มค่าที่สุดคือการเดินให้ครบทั้งเส้นแทนการแวะถ่ายรูปจุดเดียว ในทางปฏิบัติ การเริ่มจากบ้านเรียนรู้เลขที่ 69 เพื่อดูภาพเก่าก่อน แล้วค่อยเดินย้อนขึ้นไปทางท่าหลวง มักทำให้เห็นรายละเอียดบนตัวบ้านได้มากกว่า เพราะรู้แล้วว่ากำลังมองอะไรอยู่
ด้านการเดินทาง แกร็บพร้อมอำนวยความสะดวก ทั้งเส้นทางในเขตเมืองจันทบุรีและการเข้าถึงย่านนี้ซึ่งที่จอดรถหายาก เรียกรถแล้วให้ลงหน้าชุมชนได้โดยไม่ต้องวนหาที่จอด ดาวน์โหลดแอป Grab ไว้ก่อนออกเดินทาง จากนั้นจึงเรียกรถไปยังจุดหมายถัดไปได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: เที่ยวใน 77 จังหวัด ใช้โค้ด Grab อะไรรับส่วนลดได้บ้าง?
A: สำหรับการเที่ยวทั้ง 77 จังหวัด สามารถใช้โค้ด “GRABGUIDE” รับส่วนลดสูงสุด 100 บาท สำหรับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ โดยสิทธิ์และเงื่อนไขการใช้ส่วนลดเป็นไปตามที่ Grab กำหนด
Q: โค้ดส่วนลดใช้กับบริการ Grab อะไรได้บ้าง?
A: สามารถใช้โค้ดกับบริการ Grab ที่ร่วมรายการ ได้แก่ GrabTransport, GrabFood, GrabMart และ GrabExpress (ยกเว้น GrabTaxi) โดยใช้บริการและใส่โค้ดผ่านแอปพลิเคชัน Grab
Q: ใช้โค้ดส่วนลดได้ถึงเมื่อไหร่
A: โค้ด “GRABGUIDE” สามารถใช้รับส่วนลดได้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ Grab กำหนด เริ่มตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 เวลา 23.59 น.
